ร้านทำเล็บเกลื่อนทั่วบางแสน ผู้ประกอบการ เผย ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนิสิต นิยมทำ 2 ครั้งต่อเดือน  อาจารย์สาขาวิชาเคมีอินทรีย์ แจง มีสารอันตรายในน้ำยาทำเล็บเจล ชี้ ไม่ควรทำบ่อยเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง

 

จากการลงพื้นที่ของทีมข่าวลานมะพร้าวออนไลน์พบว่า ในพื้นทีบางแสนมีร้านทำเล็บเป็นจำนวน 21 ร้าน ซึ่งบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยบูรพา ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี มีจำนวน 9 ร้าน ซอยซีไซด์ มีจำนวน 4 ร้าน ซอยสดใส มีจำนวน 3 ร้าน ซอยมาบมะยม มีจำนวน 3 ร้าน หลังมหาวิทยาลัยบูรพา มีจำนวน 2 ร้าน โดยจะมีร้านทำเล็บให้เลือกในหลายรูปแบบ

 

 

ปวีณา ชะอุ่ม นิสิตชั้นปีที่ 2 กลุ่มวิชาการตลาด วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยบูรพา ผู้มาใช้บริการทำเล็บ กล่าวว่า ใน 1 เดือนจะทำเล็บ 2 ครั้ง โดยจะเลือกทำเล็บแบบเจลเพราะอยู่ได้นานกว่าแบบปกติ ส่วนมากจะใช้บริการทำเล็บหลายร้าน ส่วนวิธีการเลือกร้านทำเล็บจะดูที่รูปแบบของร้านที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจ

 

มารีย์พร กันตะวงศ์ นิสิตชั้นปีที่ 4  นิติศาสตร์บัณฑิต คณะรัฐศาสตร์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ผู้มาใช้บริการทำเล็บ กล่าวว่า ตนทำเล็บประมาณ 4 ครั้ง ใน 2 เดือน โดยจะทำแบบเจลและแบบธรรมดาสลับกันไป ส่วนมากจะใช้บริการร้านทำเล็บบริเวณซอยสดใส ด้านการเลือกร้านจะเลือกร้านที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงและมีผลงานการทำเล็บที่ดี


รูปภาพ ร้านทำเล็บในบางแสน

 

สุจิตรา นาคภูมิ อายุ 30 ปี ผู้ประกอบการร้านทำเล็บ ร้านแฮปปี้ทรีแกลซ์เนล (Happi3glznail) ถนนมาบมะยม ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี กล่าวว่า ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการแบ่งออกเป็นนิสิตร้อยละ 80 และคนทำงานร้อยละ 20 ในแต่ละวันจะมีนิสิตเข้าใช้บริการเฉลี่ยวันละ 10 คน โดยหนึ่งเดือนประมาณ 300 คน เรื่องของการทำเล็บเจลนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ถ้าผู้ที่มีอาการแพ้จะมีผลกระทบต่อผิวหนัง ในกรณีที่เล็บบางควรเว้นระยะเวลา 2 อาทิตย์ขึ้นไป และไม่ควรที่จะแกะเล็บเจลออกเอง ควรให้ทางร้านทำการถอดเล็บออกให้ เพราะการแกะเล็บออกเองจะทำให้เล็บบางได้ แต่ถึงเล็บจะบางสารเคมีจากยาทาเล็บเจลจะไม่ซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างแน่นอน

 

หทัยชนก ผลาผล อายุ 39 ปี ผู้ประกอบการร้านเนล แรบบิท (nail rabbit) ซอยสดใส ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี กล่าวว่า ร้านจะเปิดในเวลา 16.00 - 01.00 น. ส่วนใหญ่ลูกค้านิยมมาใช้บริการในช่วงดึก อัตราส่วนของลูกค้าระหว่างนิสิตและวัยทำงานนั้นใกล้เคียงกัน เพราะลูกค้าส่วนมากจะตามมาจากตลาดนัดถนนคนเดินบางแสน ในตอนนี้มีร้านอยู่ 2 ที่ คือบริเวณซอยสดใสและตลาดนัดถนนคนเดินบางแสน ซึ่งลูกค้ามักเลือกใช้บริการทำเล็บแบบธรรมดามากกว่า เนื่องจากราคาถูกกว่าทาสีเจลและไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง

 

หทัยชนก กล่าวต่อว่า ขั้นตอนการทาสีเจลจะต้องตะไบหน้าเล็บก่อนทา แนะนำลูกค้าไม่ควรแกะหน้าเล็บเอง เพราะอาจทำให้หน้าเล็บบางได้ การให้ผู้ชำนาญทำการตะไบหน้าเล็บให้จะช่วยลดการเกิดอาการหน้าเล็บบางได้ โดยการทำเล็บเจลสามารถทำแล้วทิ้งไว้นาน ๆ ได้ ไม่ส่งผลอันตรายต่อร่างกาย

 

รุ่งอรุณ แก่นพันธ์ อายุ 24 ปี  ผู้ประกอบการร้านสดใสเนล ซอยซีไซด์ กล่าวว่า มีลูกค้าที่เป็นนิสิตมาใช้บริการประมาณร้อยละ 70 เฉลี่ยวันละ 15 คน โดยลูกค้าส่วนมากเลือกทำสีเจล เพราะติดทนนาน สามารถอยู่บนเล็บได้เป็นเวลา 1 เดือน ซึ่งร้านจะเน้นทำเล็บเจลเป็นหลัก เนื่องจากสีเจลไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายและไม่ทำลายหน้าเล็บ อีกทั้ง ขั้นตอนการทำเล็บเจลยังมีการใช้น้ำยากันเชื้อราอีกด้วย เมื่อล้างสีเล็บเจลออกแล้วสามารถทำต่อได้เลยไม่เป็นอันตราย ส่วนการใช้ยาทาเล็บสีธรรมดาจะอันตรายต่อเล็บ ทำให้เล็บเหลืองและแยกชั้น อย่างไรก็ตาม ในการทำเล็บควรเว้นระยะห่าง เพื่อให้ผิวหนังบริเวณหน้าเล็บได้รับการฟื้นฟู

 

ผศ.ดร. นภา ตั้งเตรียมจิตมั่น อาจารย์สาขาวิชาเคมีอินทรีย์ คณะวิทยาศาสตร์เคมี มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่าในตัวน้ำยาทำเล็บเจลมีสารที่อันตรายอยู่ 3 ชนิด คือ โทลูอีน(Toluene), ฟอร์มัลดีไฮด์(formaldehyde) และไดบิวทิลฟทาเสต (Dibutyl Phthalate) ซึ่งสารฟอร์มัลดีไฮด์(formaldehyde) หรือที่รู้จักในชื่อ ฟอร์เมอลีน(Formalin) จะมีสารอันตรายที่เป็นพิษเมื่อกลืนเข้าไปหรือสัมผัสผิวหนัง หากสูดดมจะก่อให้เกิดโรคมะเร็ง และสารโทลูอีน(Toluene) เป็นสารที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อดวงตาและความระคายเคืองต่อผิวหนัง หากสูดดมหรือสัมผัสเป็นเวลานานจะก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตและอาจจะสร้างความเสียหายต่อเนื้อเยื่อนั้น ๆ ส่วนสารไดบิวทิลฟทาเสต (Dibutyl Phthalate) เป็นสารที่มีความอันตรายปานกลางถึงน้อย แต่มีความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ได้

 

อาจารย์สาขาวิชาเคมีอินทรีย์ กล่าวต่อว่า สารอันตรายเหล่านี้อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวผู้ทำเล็บเจล จึงแนะนำว่า ไม่ควรทำ เพราะสารเหล่านี้ติดอยู่บนหน้าเล็บ หากเผลอขยี้ตาหรือใช้มือหยิบอาหารอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวผู้ทำได้

 

    © COCONEWS JR14. ALL RIGHTS RESERVED

    Free Joomla! template by L.THEME | Documentation