นิสิตม.บูรพาถูกคุกคามยามวิกาล มีการข่มขู่คุกคามและวิ่งราวทรัพย์สิน โอดอยากให้เพิ่มแสงไฟ ด้านเทศบาล แจง มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดและเสาไฟแล้ว สภ.แสนสุข เผย มีการแจ้งความทุกเดือน รอง.ผกก.เตือนหากเกิดเหตุอย่าสู้ให้แจ้งความกับตำรวจ ย้ำรักษาชีวิตก่อนทรัพย์สิน

 

ข้อมูลจากแหล่งข่าวในพื้นที่บริเวณซอยลีลา ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี พบว่าบริเวณดังกล่าวเคยเกิดเหตุชิงทรัพย์ซึ่งสามารถจับกุมคนร้ายได้ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เมื่อวันที่ 8 ต.ค. พ.ศ. 2561

 

ทีมข่าวลานมะพร้าวออนไลน์ได้ติดต่อกับสถานีตำรวจภูธรแสนสุข ถ.บางแสนสาย 2 ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งทางตำรวจได้ให้ข้อมูลว่ามีการแจ้งความกรณีถูกข่มขู่และถูกทำร้ายร่างกายทุกเดือน เฉลี่ย 2 – 5 คดีต่อเดือน

 

นางสาวปู (นามสมมติ) ผู้ประสบเหตุไม่ประสงค์ออกนาม กล่าวว่า ตนประสบเหตุในเวลาประมาณ 22.00 น. บริเวณซอยลีลา ข้างมหาวิทยาลัยบูรพา โดยวันนั้นตนและแฟนออกจากร้านบอร์ดเกม (Board game) กำลังจะกลับหอพัก พบชายคนหนึ่งกำลังอยู่ในสภาพมึนเมา ชายคนนั้นอ้างตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่แล้วถามว่า มาจากไหน อยู่ตรงนี้มา 10 ปี ไม่มีใครมายุ่งที่นี่ พร้อมกับชูปืนข่มขู่ตน ตนจึงพยายามตั้งสติแล้วลากแฟนกลับเข้าไปในร้านบอร์ดเกม รอจนถึงเวลา 04.00 น. จึงค่อยกลับหอ  โดยนางสาวปูไม่กล้าแจ้งความเพราะตอนนั้นไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

 

แก้วตา จันทิ ผู้ดูแลหอพักมอบู แมนชั่น ถ.บางแสนสาย 4 ใต้ ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี หนึ่งในผู้ประสบเหตุ กล่าวว่า เคยมีผู้ไม่ประสงค์ดีรายหนึ่งพยายามเข้ามาในวันที่มีการเก็บเงินของหอพัก โดยชายคนดังกล่าวทำเหมือนกำลังโทรศัพท์แล้วเดินเข้ามาข้างในหอพักหญิงที่ยังไม่ปิดประตูจนเกือบถึงห้องของเจ้าของหอพัก ซึ่งตอนนั้นตนและเจ้าของหอพักเห็นพอดีจึงเข้าไปถาม แต่พอเข้าไปถามชายคนนั้นก็รีบหนีไปทันที ซึ่งเวลาเกิดเหตุเป็นช่วงหัวค่ำ ประมาณ 19.00 น. เท่านั้น

 

ธนพร ยิ่งเจริญ นิสิตชั้นปีที่ 4 กลุ่มวิชาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ คณะวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยบูรพา หนึ่งในผู้ประสบเหตุ กล่าวว่า วันที่ตนประสบเหตุได้ออกไปอ่านหนังสือกับเพื่อนจนดึก ทำให้ต้องกลับหอพักยามวิกาลกับกลุ่มเพื่อนในเวลาประมาณ 22.00 – 23.00 น. บริเวณซอยซีไซต์ ข้างมหาวิทยาลัยบูรพา ระหว่างที่เดินทางได้มีมิจฉาชีพเข้ามากระชากกระเป๋าเพื่อนแล้วหนีไป ซึ่งตนคิดว่าสาเหตุที่โดนขโมยกระเป๋าเพราะตอนนั้นตนกับเพื่อนไม่มีรถจักรยานยนต์ทำให้ไม่สามารถไล่ตามได้ อีกทั้ง บนถนนมีแสงสว่างไม่เพียงพอ ทำให้มิจฉาชีพสบโอกาสก่อเหตุ จึงอยากให้มีการเพิ่มแสงไฟเพื่อลดการเกิดเหตุ

 

ณัฐณิชา งามทิพยพันธุ์ นิสิตชั้นปีที่ 4 กลุ่มวิชาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ คณะวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยบูรพา นิสิตผู้อยู่อาศัยบริเวณมหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปกติตนมักจะกลับบ้านดึกประมาณหลังเที่ยงคืน โดยทางกลับต้องผ่านทางซอยซีไซต์ ซึ่งบางครั้งกลัวว่าจะโดนจี้ปล้น โดยเคยได้ยินจากเพื่อนของตนว่า เคยมีคนแปลกหน้าเดินตามในทางเปลี่ยวมาก่อน จึงอยากให้มีการเพิ่มแสงไฟและกล้องวงจรปิดมากขึ้น

 

กฤษฎา ผลากอง หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลเมืองแสนสุข กล่าวว่า ในอำเภอเมืองแสนสุขมีกล้องวงจรปิดประมาณ 80 – 90 ตัว โดยมีการดูแล ตรวจสอบ และซ่อมบำรุงทุกสัปดาห์ โดยจะมีการติดตั้งในจุดเสี่ยงหรือจุดแยกที่สำคัญ ในส่วนของชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัยบูรพา มีนโยบายทางจังหวัดให้ประสานงานกับทางร้านค้าและหอพักให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดแล้ว แต่ทางเทศบาลเองก็มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆ ไว้ เช่น บริเวณร้านก๋วยเตี๋ยวหน้ามน โดยตอนนี้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มตามจุดต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

 

ธนะชัย แสนสุขสกุลชล นายช่างไฟฟ้าชำนาญงาน เทศบาลเมืองแสนสุข กล่าวว่า มีการติดตั้งเสาไฟส่องสว่างในอำเภอเมืองแสนสุขประมาณ 1000 ต้น โดยจะมีการซ่อมแซมเมื่อเกิดการชำรุด การติดตั้งเสาไฟฟ้าในพื้นที่ถนนหรือชุมชน ทางเทศบาลต้องส่งเรื่องไปให้ทางการไฟฟ้าลงมาดำเนินการสำรวจและติดตั้ง โดยจะต้องดูว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะหรือชุมชน

 

นายช่างไฟฟ้าชำนาญงาน กล่าวต่อว่า ในส่วนบริเวณพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยถือว่าเป็นพื้นที่ซอย จะติดตั้งเสาไฟแบบหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่มีราคาต้นละ 1,000 บาท ส่วนเสาไฟบนถนนจะใช้หลอดไฟแบบโคมที่มีราคา 10,000 บาท ที่มีคุณภาพการใช้งานดีกว่า

 

พันตำรวจโทสมพล นาคขำพันธ์ รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.แสนสุข กล่าวว่า หากถูกทำร้ายให้หลีกเลี่ยงและป้องกันตัวเอง เช่น โทรแจ้งตำรวจ 191 หรือขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดีในที่สาธารณะ โดยหากเกิดเหตุสามารถแจ้งความได้ทันที แต่แนะนำว่าหากได้รับบาดเจ็บควรไปโรงพยาบาลก่อนเพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกายและรักษาบาดแผล โดยอาจให้ญาติหรือคนรู้จักเข้าแจ้งความแทน ทางตำรวจจะเข้าไปสอบปากคำที่โรงพยาบาลและเก็บร่องรอยหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับคดีเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับคนร้าย

 

พ.ต.ท.สมพล กล่าวต่อว่า ในส่วนของบทลงโทษตามกฎหมายจะดูตามบาดแผลที่ได้รับ เช่น กรณีข่มขู่ให้เกิดความกลัวหรือตกใจ โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 5,000 บาท กรณีได้รับอันตรายทางร่างกายหรือจิตใจ โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท กรณีมีการทำร้ายร่างกายจนเข้ารับการรักษาไม่กี่วัน มีบาดแผลฉีกขาด โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี กรณีมีการทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารับการรักษา 10 วันขึ้นไป จำคุกไม่เกิน 10 ปี และกรณีทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัสหรือถึงแก่ความตายโดยไม่เจตนา จำคุกไม่เกิน 15 ปี หรือแล้วแต่อาการบาดเจ็บและพฤติกรรมของทางผู้เสียหาย

 

รองผู้กำกับการสอบสวน เตือนในส่วนของการเดินทางตอนกลางคืนว่า ถ้าเดินทางด้วยรถยนต์ต้องรีบล็อครถ หากเดินทางด้วยจักรยานยนต์อย่าวางกระเป๋าสะพายไว้ที่ตะกร้าหน้ารถให้สะพายกระเป๋าไว้ติดตัว และควรหลีกเลี่ยงการไปที่เปลี่ยวหรือสถานที่ที่มีความเสี่ยงในการเกิดเหตุในช่วงยามวิกาล และควรเก็บทรัพย์สินมีค่าให้มิดชิด เพราะอาจทำให้โจรก่อเหตุลักทรัพย์หรือวิ่งราว แต่หากป้องกันแล้วยังเกิดเหตุก็อย่าขัดขืนคนร้าย เพราะทรัพย์สินเสียไปยังหาใหม่ได้ แต่หากถูกทำร้ายถึงขั้นบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแล้วไม่คุ้มกัน ควรมาแจ้งความกับตำรวจให้ตามจับทีหลังจะดีกว่าไปต่อสู้กับคนร้ายแล้วได้รับบาดเจ็บ

 

 

    © COCONEWS JR14. ALL RIGHTS RESERVED

    Free Joomla! template by L.THEME | Documentation