Twitter

ผอ.กองอาคารสถานที่ม.บูรพา เผยเร่งดำเนินโครงการรณรงค์สวมหมวกนิรภัยต่อเนื่อง เน้นปลูกจิตสำนึกให้นิสิตตระหนักถึงความปลอดภัย - ร.ป.ภ. วอนนิสิตเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ อย่าใช้อารมณ์หากไม่ถูกใจตนเอง

          จากผลสำรวจโครงการรณรงค์ให้นิสิตสวมหมวกนิรภัย จัดทำโดยทีมข่าวลานมะพร้าวออนไลน์ โดยให้นิสิตตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 1,000 คน จัดลำดับในการหาแนวทางการรณรงค์ที่จะให้นิสิตสวมหมวกนิรภัยภายในมหาวิทยาลัยประสบความสำเร็จนั้นพบว่า นิสิตส่วนใหญ่สวมหมวกนิรภัยขณะสัญจรภายในมหาวิทยาลัย เป็นบางครั้ง คิดเป็น 43.6 % ด้านปัจจัยที่ทำให้นิสิตไม่สวมหมวกนิรภัย 5 อันดับแรก มีดังนี้ อันดับ1 ลืมหมวกนิรภัย คิดเป็น 17.1 % อันดับ 2 ขี้เกียจสวมหมวกนิรภัย คิดเป็น 15% อันดับ 3 ไม่เคยสวมหมวกนิรภัย คิดเป็น 13.2 % อันดับ 4 ผมเสียทรง คิดเป็น 11.7% และอันดับ 5 หมวกนิรภัยมีกลิ่น คิดเป็น 7.4 % สำหรับการรณรงค์สวมหมวกนิรภัยที่ทางมหาวิทยาลัยจัดขึ้นนั้น นิสิตกว่า 47.5 % ให้ความเห็นว่าได้ผลเพียงปานกลางเท่านั้น ส่วนแนวทางที่นิสิตส่วนใหญ่ คาดว่ามาตรการการรณรงค์สวมหมวกนิรภัยจะประสบความสำเร็จนั้น สามารถจัดเรียงอันดับได้ดังนี้ คือ อันดับ 1 หักคะแนนความประพฤติ คิดเป็น 32.5 % อันดับ 2 ห้ามเข้ามหาวิทยาลัยคิดเป็น 45.4 % และอันดับ 3 ลงเดินตามแนวรั้วที่มหาวิทยาลัยจัดไว้ คิดเป็น 36.7 %

          นางสาวธัญพร บังประหลาด ชั้นปีที่ 4 นิสิตคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า สำหรับโครงการรณรงค์สวมหมวกนิรภัยที่ทางมหาวิทยาลัยจัดทำขึ้นนั้นคิดว่าได้ผลส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะว่าบางคนสวมหมวกนิรภัยเพียงเพื่อได้เข้ามหาวิทยาลัยและจะสวมแค่บริเวณทางเข้าไม่ได้สวมตลอด แต่โดยส่วนตัวจะสวมหมวกนิรภัยตลอดเพราะไม่อยากลงเดินและคิดว่าโครงการนี้ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก ทั้งยังเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะมาบังคับให้ทุกคนสวมหมวกนิรภัยเพราะเป็นเรื่องยากสำหรับที่จะให้ทุกคนปฏิบัติตาม

          นางสาวมณีวรรณ โตเทวิน ชั้นปีที่ 3 นิสิตคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า ตนใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะอยู่แล้ว และสวมหมวกนิรภัยเป็นประจำ ไม่ใช่เพียงแค่มาสวมที่หน้าประตูมหาวิทยาลัย แต่สวมหมวกนิรภัยตลอดการขับขี่รถจักรยานยนต์ ส่วนเพื่อนที่เป็นผู้ซ้อนก็สวมตลอดเช่นกัน ซึ่งตนคิดว่าคนที่สวมหมวกนิรภัยเพียงแค่เข้ามหาวิทยาลัยแล้วถอดออก ไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัยในการขับขี่ของตนเอง แต่ใช้เป็นแค่บัตรผ่านที่จะเข้ามาในมหาวิทยาลัยเท่านั้น และอยากให้ทางมหาวิทยาลัยจัดหามาตรการที่ทำให้นิสิตเห็นว่าการสวมหมวกนิรภัยเป็นการทำเพื่อตนเองและความปลอดภัยของผู้ขับขี่

          ด้าน นายวิเชียร บัวเกิด พนักงานรักษาความปลอดภัย บริเวณประตูโรงเรียนสาธิตพิบูลบำเพ็ญ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า ตั้งแต่มีโครงการให้นิสิตสวมหมวกนิรภัยนั้น นิสิตได้ให้ความร่วมมือมากขึ้น แต่ยังมีนิสิตบางกลุ่มที่ไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งหากพบนิสิตที่ไม่สวมหมวกนิรภัย ตนจะตักเตือน แต่ถ้านิสิตต่อต้านมีท่าทีที่จะก่อให้เกิดความรุนแรง ก็จะปล่อยไป เนื่องจากทางศูนย์แจ้งให้หลีกเลี่ยงเหตุที่จะก่อให้เกิดความรุนแรง และประตูฝั่งโรงเรียนสาธิตฯ มีความยาวของรั้วกั้นสำหรับลงเดินสั้นที่สุด นิสิตจึงมาใช้ประตูนี้จำนวนมาก

          นายสุชิน จตุรภักดิ์ และนายสมาน พรมลา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณประตูทางเข้าด้านหน้ามหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า เนื่องจากบริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเป็นทางเข้าหลักของทั้งนิสิต บุคลากรและบุคคลภายนอก ทำให้มีทั้งผู้ที่ปฏิบัติตามและไม่ปฏิบัติตามกฎ สำหรับนิสิตแล้วส่วนใหญ่จะเคารพกฎระเบียบของทางมหาวิทยาลัย แต่ยังมีนิสิตส่วนน้อยที่ฝ่า ซึ่งตนมีความเห็นว่าหากทางมหาวิทยาลัยออกกฎให้ชัดว่าสามารถจดชื่อนิสิตไปหักคะแนนได้ จะทำให้นิสิตปฏิบัติตามกฎระเบียบมากขึ้น และควรมีป้ายติดตั้งไว้ที่บริเวณด้านหน้าประตูเพื่อให้บุคคลภายนอกทราบถึงกฎระเบียบด้วย และฝากให้เห็นใจทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยด้วย ที่ทำไปก็เพื่อความปลอดภัยของทุกคน อย่าใช้อารมณ์เพียงเพราะไม่ถูกใจตนเอง

          นายวีระศักดิ์ โฉมจังหวัด ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยบูรพา เปิดเผยถึง ผลการปฎิบัติงานโครงการส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย ที่บังคับใช้ภายในมหาวิทยาลัยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558 พบว่า นิสิตสวมหมวกนิรภัยมากขึ้น ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้มีมาตรการการจัดการในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะทุกปีมีนิสิตเข้าใหม่ จึงต้องชี้แจงให้ตระหนักถึงความสำคัญในการสวมหมวกนิรภัย และเพิ่มมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น โดยมีพนักงานรักษาความปลอดภัยเป็นผู้ดูแลการเข้า-ออกมหาวิทยาลัย หากไม่สวมหมวกนิรภัยก็จะไม่อนุญาตให้เข้าโดยเด็ดขาดสำหรับการหักคะแนนนิสิตที่ฝ่าฝืนนั้น ทางกองอาคารสถานที่เคยทำแล้วแต่ไม่ได้ผลเท่าที่ควร จึงเน้นการปลูกจิตสำนึกซึ่งจะเป็นวิธีที่ช่วยให้นิสิตตระหนักถึงระเบียบวินัยและความปลอดภัยของตนเองและผู้ใช้ถนนร่วมกันจะดีที่สุด

          ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ กล่าวด้วยว่า การพัฒนามาตรการในการรณรงค์ของโครงการดังกล่าวให้ได้ผลมากขึ้นนั้น ทางมหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกับองค์การนิสิตและนายกสภามหาวิทยาลัยโดยร่วมกันเป็นกระบอกเสียงในการเผยแพร่ข่าวสารการรณรงค์ให้ทราบอย่างทั่วถึงเพื่อที่นิสิตจะได้ตระหนักถึงความปลอดภัยมากขึ้น ทั้งยังเป็นการรณรงค์ให้นิสิตเคารพในข้อปฏิบัติทางกฎหมายด้วย

 

Notice: Undefined property: stdClass::$cmc_cat in /home/coconews/domains/coconews.in.th/public_html/modules/mod_junewsultra/helper/com_content.php on line 492 Notice: Undefined property: stdClass::$cmc_cat in /home/coconews/domains/coconews.in.th/public_html/modules/mod_junewsultra/helper/com_content.php on line 492 Notice: Undefined property: stdClass::$cmc_cat in /home/coconews/domains/coconews.in.th/public_html/modules/mod_junewsultra/helper/com_content.php on line 492