Twitter

ความคืบหน้ากรณีการประท้วงนิสิตของ 2 คณะ คณบดีคณะวิทย์กีฬาฯมหาวิทยาลัยบูรพา ได้ชี้แจง ผลสรุปการสอบสวนข้อเท็จจริงไม่ปรากฎการทุจริต ย้ำปัญหาเกิดจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนภายในคณะ ด้านคณบดีคณะภูมิสารสนเทศศาสตร์ปัดให้ข้อมูล

          ล่าสุด ดร.ศักดิ์ชาย พิทักษ์วงศ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิยาลัยบูรพา ได้ชี้แจงประเด็นที่มีการประท้วงการทุจริตการจัดซื้ออุปกรณ์ราคาสูง ข้อมูลที่นิสิตยื่นหนังสือนั้นเป็นข้อมูลเสนอการขายตรงของปี 2559 ซึ่งการซื้อขายมีหลายกระบวนการ เช่น บริการดูแลหลังการขาย และมีการทำประกันอุปกรณ์กีฬา แต่ข้อมูลการสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ตไม่มีราคาการดูแลหลังการขาย ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนด้านข้อมูล ด้านปัญหาอาจารย์ผู้สอนไม่มีคุณภาพนั้น หากนิสิตประเมินแล้วได้คะแนนต่ำกว่า 3.51 ทางคณะจะเรียกมาตักเตือน ส่วนปัญหาการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการศึกษา

          คณบดีคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาเผยว่า จากหลักสูตรเดิมเป็นสาขาวิชากีฬาศึกษาและการบริหารจัดการกีฬาแต่เนื่องจากมีปัญหาจึงเปลี่ยนเป็นการบริหารจัดการและวิธีการสอน ซึ่งเป็นไปตามผลประเมินที่คาดหมายไว้ ทั้งนี้ไม่มีผลกระทบกับนิสิตที่กำลังศึกษาอยู่ แต่จะเป็นหลักสูตรสำหรับนิสิตที่เข้ามาใหม่ ตอนนี้ตึกคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาเสร็จสมบูรณ์แล้ว และพร้อมเปิดให้เข้าใช้ได้ในวันที่ 30 มีนาคม 2560

          คณบดีคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา กล่าวด้วยว่า ส่วนการเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ตนนั้นไปตามระบบบันทึก MOU ซึ่งไปเจรจาเรื่องความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนนิสิต และส่งนิสิตไปฝึกงานที่ต่างประเทศ ซึ่งตนไปในฐานะหัวหน้าหน่วยงาน และสำหรับอาจารย์ท่านอื่นจะหมุนเวียนกันไป โดยการไปต่างประเทศคือการยกระดับคณะในการพัฒนาในด้านอื่น ร่วมทั้งขยายประโยชน์ไปทุกคณะอีกด้วย

          “เรื่องการทุจริตตนได้ชี้แจงหลักฐานทั้งหมดที่มีการเรียกร้อง พร้อมทั้งรายงานให้ทางมหาวิทยาลัย กรรมการคณะ และคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ได้รับทราบข้อเท็จจริงแล้ว โดยผลข้อสรุปสอบข้อเท็จจริงไม่ปรากฎว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตคอรัปชัน ซึ่งตนได้จัดแนวทางในการป้องกันทุจริต รวมถึงจัดกระบวนการการสื่อสารภายในองค์กรให้ดีขึ้นเพื่อป้องกันการสื่อสารผิดพลาด” ดร.ศักดิ์ชาย กล่าว

          นิสิตคณะวิทยาศาสตร์การกีฬารายหนึ่ง ได้ให้ข้อมูลกับทีมข่าวลานมะพร้าวออนไลน์ว่า การแก้ไขปัญหาเหมือนเป็นการตัดปัญหาเสียมากกว่า โดยเฉพาะปัญหาเรื่องหลักสูตรการเรียนและการสอนของอาจารย์ จากปัญหาเดิมตนนั้นตั้งใจจะเข้ามาศึกษาในสาขากีฬาศึกษา เมื่อคณบดีได้ดำรงตำแหน่งจึงได้นำสาขาการบริหารจัดการกีฬามาใส่ในสาขานี้ จนได้เป็นสาขากีฬาศึกษาเเละบริหารจัดการกีฬา ตอนเข้ามาศึกษาก็ตั้งใจเลือกสาขากีฬาศึกษา แต่เมื่อเรียนไปแล้วหนึ่งปี กลับมีเพียงการจัดการเรียนการสอนเฉพาะสาขาบริหารจัดการกีฬา ไม่มีของสาขากีฬาศึกษาที่ตนอยากเรียน และปัญหานี้ยังไม่มีการแก้ไข ถึงแม้จะมีการสอบถามไปยังอาจารย์ประจำสาขาแล้วก็ตาม และเทอมล่าสุดมีการแก้ไขปัญหาโดยเปลี่ยนเป็นสาขาการสอนกีฬาเหมือนกับสาขาพละศึกษา แต่สาขานี้ไม่มีวุฒิครูรองรับ เพราะทางคณะเปลี่ยนหลักสูตรภายในไม่ถึงปีโดยไม่มีการประกาศ

          นิสิตคณะวิทยาศาสตร์การกีฬารายหนึ่ง กล่าวด้วยว่า ส่วนการแก้ไขปัญหาอาจารย์ในการสอนนั้น เหมือนจะดีแต่ก็ไม่ดี เป็นเปลี่ยนโครงสร้าง เปลี่ยนชื่อ แต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม จากปัญหาเดิมคือ รายวิชาคล้ายกันควรสอนรวมกัน แต่กลับมาสอนแยก ซึ่งบางทีอาจารย์ยังสับสนในรายวิชาเอง บ่อยครั้งอาจารย์ไม่เข้าสอน และในรายวิชาของสาขาสื่อสารมวลชนทางกีฬาอาจารย์ผู้สอนยังมีไม่เพียงพอ ส่วนเรื่องการยื่นเรื่องตรวจสอบการซื้ออุปกรณ์กีฬาเพื่อการศึกษาไม่โปร่งใส ยังไม่มีผลอะไรออกมาชี้แจง ทั้งที่มีหลักฐานยืนยันทั้งหมด ส่วนตัวนั้นยังไม่พอใจกับผลลัพธ์การแก้ไขปัญหา ในอนาคตตนมองว่าอยากให้แก้ไขโครงสร้างระยะยาวไม่ใช่ตัดปัญหา

          จากกรณีเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา นิสิตคณะภูมิสารสนเทศศาสตร์ ได้ประท้วง ให้ดร.สุพรรณ กาญจนสุธรรม คณบดีคณะภูมิสารสนเทศศาสตร์ ลาออกจากตำแหน่งและชี้แจงข้อสงสัย บริเวณหน้าตึกคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เนื่องจากเล็งเห็นปัญหาที่ไม่โปร่งใสหลายด้าน ทั้งการบริหารและจัดการการเรียนการสอน โดยมีประเด็นทั้งหมด 7 ประการคือ 1.มีการแทรกแซงเกรดของนิสิตจากคณบดี 2.มีการขึ้นเงินค่าบำรุง 3.สาเหตุและแนวคิดของนโยบายที่ไม่ให้นิสิตได้ทำการศึกษาจริงในภาคสนาม 4.การแทรกแซงเรื่องการเปลี่ยนแผนการเรียนอย่างกะทันหัน 5. ปัญหาด้านสถานที่เรียนยังไม่ถูกแก้ไข 6.การเตรียมแผนและงบประมาณการสร้างตึกของคณะฯ ในปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร 7.การเดินทางไปต่างประเทศของคณบดีฯ มีการส่งเสริมสนับสนุนเกี่ยวกับการเรียนการสอนของคณะอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร และใช้เงินงบประมาณนี้จากส่วนใด

          ด้าน ดร.สุพรรณ กาญจนสุธรรม คณบดีคณะภูมิสารสนเทศศาสตร์ ได้มาชี้แจงปัญหาให้นิสิตทราบแล้ว ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559 และวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559 แต่คำตอบทั้งหมดยังไม่ตรงประเด็นจึงทำให้นิสิตจำนวนมากไม่พอใจ แต่เหตุการณ์ทั้งหมดก็คลี่คลายลงเพราะมีการยื่นหนังสือให้กับ ผศ.บุญมา ไทยก้าว รักษาการแทนรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพาขณะนั้น ล่าสุด ทางทีมข่าวลานมะพร้าวออนไลน์ได้นำหนังสือยื่นขอเข้าสัมภาษณ์ ดร.สุพรรณ กาญจนสุธรรม คณบดีคณะภูมิสารสนเทศศาสตร์ ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหา แต่ทางคณบดีปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์

          นิสิตคณะภูมิสารสนเทศศาสตร์รายหนึ่ง เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเรื่องการประท้วงก็ไม่มีการประชุมภายในคณะเลย ทำให้ทั้งคณาจารย์และนิสิตยังไม่ได้รับฟังการชี้แจงเพิ่มเติม จึงทำให้ตอนนี้ภายในคณะยังไม่ทราบถึงแนวทางในการแก้ไขเรื่องต่างๆ เพราะยังเป็นผู้บริหารชุดเดิม ส่วนเรื่องที่มีการแก้ไขชัดเจนที่สุดคือ ทำห้องเรียนติดเครื่องปรับอากาศ ส่วนเรื่องเกรดเหมือนมัดมือชกมากกว่า ไม่มีการทำเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นการบีบโดยใช้อำนาจ มีทั้งอาจารย์ที่ทำตามคำสั่งคณบดีและไม่ทำตาม โดยเฉพาะอาจารย์ภายนอกบอกว่าไม่แก้

          นิสิตคณะภูมิสารสนเทศศาสตร์รายหนึ่ง กล่าวด้วยว่า สำหรับแผนในการพัฒนาคณะภูมิสารสนเทศศาสตร์ นั้นทางคณบดีไม่ได้มีการวางแผนการดำเนินการอย่างชัดเจนหรืออาจไม่มีเลย เพราะหากมีการวางแผนพัฒนาบุคลากรภายในคณะต้องได้รับข้อมูลแล้ว รวมถึงการชี้แจงงบประมาณก็ไม่ได้มีการชี้แจงรายละเอียดการใช้จ่ายแต่อย่างใด จึงทำให้ทุกอย่างดูไม่ชัดเจนและไม่มีประสิทธิภาพ ส่วนกรณีที่คณบดีมีความผิดแต่ยังสามารถบริหารงานต่อไปได้นั้น เนื่องจากว่ามีการช่วยเหลือกันด้านผลประโยชน์ และคณะบริหารบางคนยังไม่มีโอกาสเข้าร่วมในการแก้ปัญหาหรือบริหารงาน รวมถึงการตรวจสอบความโปร่งใส ซึ่งในการตรวจสอบคณบดีคณะภูมิสารสนเทศศาสตร์นั้น กรรมการไม่เปิดเผยการตัดสินให้เป็นที่ทราบต่อสาธารณะ ทั้งกับอาจารย์และนิสิต ซึ่งทุกอย่างเป็นความลับ

          นิสิตคณะภูมิสารสนเทศศาสตร์รายหนึ่ง กล่าวต่ออีกว่า สำหรับข่าวลือว่าคณะภูมิสารสนเทศศาสตร์จะกลับมาเป็นสาขาในคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เรื่องนี้หลุดออกมาจากปากตัวคณบดีเอง เป็นการคาดการณ์ว่า ถ้ามันไปไม่ได้จริง จะกลับไปเป็นภาควิชา หากถามว่ามากันขนาดนี้แล้ว ทำมาขนาดนี้แล้ว แล้วมาพังเพราะมือคนเดียว ไม่มีใครยอมแน่นอน ถ้าถามว่ามีโอกาสที่จะเป็นไปได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่ายากที่จะกลับไปเป็นสาขาเหมือนเดิม เพราะต้องมีคนค้านในเรื่องนี้จำนวนมาก แต่ก็เป็นแค่เพียงคำพูดเท่านั้นไม่มีแผนการหรือนโยบายออกมาชัดเจน และในปัจจุบันตนเห็นว่า มีประเด็นเดียวที่มีการพัฒนาหรือแก้ไขคือเรื่องห้องเรียน ซึ่งเรื่องอื่นก็ไม่มีการแก้ไขอะไรเพิ่มเติม

Notice: Undefined property: stdClass::$cmc_cat in /home/coconews/domains/coconews.in.th/public_html/modules/mod_junewsultra/helper/com_content.php on line 492 Notice: Undefined property: stdClass::$cmc_cat in /home/coconews/domains/coconews.in.th/public_html/modules/mod_junewsultra/helper/com_content.php on line 492 Notice: Undefined property: stdClass::$cmc_cat in /home/coconews/domains/coconews.in.th/public_html/modules/mod_junewsultra/helper/com_content.php on line 492