ปิดตำนานหนังสือพิมพ์ลานมะพร้าวและลานมะพร้าวออนไลน์ ผลงานชาววารสารศาสตร์ 20 ปี เคียงข้างประชาคมมหาวิทยาลัยบูรพา พร้อมรายงานข่าวและนำเสนอข้อเท็จจริง ยึดมั่นในสโลแกน ลานความคิด ตามติดทุกเหตุการณ์

 

หนังสือพิมพ์ลานมะพร้าวและลานมะพร้าวออนไลน์ (www.coconews.in.th) เป็นหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติของสาขาวิชาวารสารศาสตร์ ภาควิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา โดยหนังสือพิมพ์ลานมะพร้าว ฉบับแรกเป็นผลงานของนิสิตสาขาประชาสัมพันธ์และวาทวิทยา ตีพิมพ์เมื่อเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2541 จากนั้น 6 ปีผ่านไป หนังสือพิมพ์ลานมะพร้าวได้แจ้งเกิดอย่างเป็นทางการในปี 2547 โดยนิสิตสาขาวารสารศาสตร์ รุ่นที่ 1พร้อมกับการเปิดตัวของลานมะพร้าวออนไลน์

 

ตลอดระยะเวลาร่วม 20 ปี หนังสือพิมพ์ลานมะพร้าวและลานมะพร้าวออนไลน์ เป็นสื่อที่จัดทำขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชาวมหาวิทยาลัยบูรพาและคนในชุมชนพื้นที่ใกล้เคียง โดย รศ.ดร.สุกัญญา บูรณเดชาชัย อาจารย์ผู้ก่อตั้งสาขาวิชาวารสารศาสตร์ และผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ลานมะพร้าว, ลานมะพร้าวออนไลน์ (www.coconews.in.th) และนิตยสาร ACOCO เล่าถึงจุดเริ่มต้นของหนังสือพิมพ์ลานมะพร้าวว่า ได้ริเริ่มตั้งแต่ปีพ.ศ. 2541 ซึ่งในตอนนั้นภาควิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี ยังไม่มีการจัดตั้งสาขาวิชาวารสารศาสตร์ขึ้นมา แต่หนังสือพิมพ์ลานมะพร้าวนั้นเกิดจากนิสิตสาขาวิชาประชาสัมพันธ์และสาขาวิชาวาทวิทยาและสื่อสารการแสดงร่วมกันก่อตั้งและจัดทำขึ้นมาในรายวิชาวารสารศาสตร์เบื้องต้น หลังจากนั้นในปีพ.ศ. 2547 จึงมีการจัดตั้งสาขาวิชาวารสารศาสตร์ และมีการเชิญนักวิชาชีพต่าง ๆ เข้าสอนเพื่อทำให้นิสิตในสาขานั้นมีความรู้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น

 

รศ.ดร.สุกัญญา บูรณเดชาชัย 

 

“ห้องปฏิบัติการลานมะพร้าวนั้น ในช่วงแรกมีการช่วยกันระหว่างนิสิตวารสารศาสตร์รุ่นแรก อาจารย์อุณาโลม จันทร์รุ่งมณีกุล และครูช่วยกันหาพื้นที่ เพื่อสร้างห้องปฏิบัติงานลานมะพร้าวขึ้นมา เมื่อก่อนห้องนี้เป็นห้องเก็บของ โดยในช่วงนั้นทางคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ไม่ได้ให้ความเอื้ออำนวยแก่ห้องลานมะพร้าวมากนัก แต่เมื่อมีการทำเรื่องขอใช้พื้นที่อย่างถูกต้องก็ทำให้ห้องลานมะพร้าวอยู่มาจนถึงปัจจุบัน” รศ.ดร.สุกัญญา กล่าว

 

อาจารย์ผู้ก่อตั้งสาขาวิชาวารสารศาสตร์ กล่าวต่อว่า จุดยืนของหนังสือพิมพ์ลานมะพร้าวนั้น คือการทำข่าวเพื่อประชาคมภายในมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งในช่วงแรกหนังสือพิมพ์ลานมะพร้าวยังไม่ได้มีบทบาทในมหาวิทยาลัยมากนัก แต่เมื่อนิสิตวารสารศาสตร์รุ่นแรกเข้ามาทำข่าวเกี่ยวกับการออกนอกระบบของมหาวิทยาลัยบูรพาทำให้ข่าวได้รางวัลของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยส่งผลให้หนังสือพิมพ์ลานมะพร้าวเป็นที่จับตามองมากยิ่งขึ้น โดยหนังสือพิมพ์ลานมะพร้าวนั้นเป็นหนังสือพิมพ์ที่ทำงานอย่างเป็นมืออาชีพ มีจุดหมายเพื่อรับใช้ชุมชนอย่างแท้จริง

 

รศ.ดร.สุกัญญา กล่าวต่ออีกว่า ในอนาคตของสาขาวิชาวารสารศาสตร์มีการเปลี่ยนหลักสูตรเป็นสาขาวิชาวารสารคอนเวอร์เจนซ์ ซึ่งมีเนื้อหาด้วยกัน 3 ส่วน คือ เทคโนโลยี คิดวิเคราะห์ และเนื้อหาทางวารสารศาสตร์ ส่วนหนังสือพิมพ์ลานมะพร้าวในอนาคตนั้นอาจจะมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น โดยอาจจะเปลี่ยนไปเป็นการทำสถานีข่าวผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ แต่ตัวหนังสือพิมพ์ลานมะพร้าวนั้นอาจจะยังมีอยู่เพื่อเป็นพื้นฐานของการทำวารสารศาสตร์อย่างเข้มแข็ง

 

 

อาจารย์ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี 

 

อาจารย์ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ในฐานะผู้สอนรายวิชาสื่อสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงรายวิชากฎหมายและจริยธรรมสื่อมวลชน ให้กับสาขาวิชาวารสารศาสตร์ ภาควิชานิเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ตั้งแต่รุ่นที่ 1 – 14 กล่าวว่า การนำเสนอข่าวในปัจจุบันนั้นมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามสื่อที่ก้าวหน้าขึ้น ซึ่งในยุคสารสนเทศที่มีการหลอมรวมสื่อหลากหลายประเภทเข้าด้วยกัน ผู้อ่านนิยมบริโภคสื่อออนไลน์มากยิ่งขึ้น ทักษะในการนำเสนอข่าวผ่านสื่อออนไลน์จึงมีความสำคัญมาก เพราะ การเขียนข่าวมีความแตกต่างกันระหว่างสื่อเก่ากับสื่อใหม่ รวมถึงแพลตฟอร์มที่ต้องการนำเสนอ อาทิ ยูทูบ(YouTube), เฟซบุ๊ก (Facebook), ไลน์ (Line), ทวิตเตอร์ (Twitter), อินสตราแกรม (Instagram) เป็นต้น ก็มีความแตกต่างกันไป

 

อาจารย์ชวรงค์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ให้ความสำคัญมากที่สุด คือจรรยาบรรณวิชาชีพของสื่อมวลชน ซึ่งก่อนที่นิสิตสาขาวิชาวารสารศาสตร์จะได้ฝึกปฏิบัติการทำข่าว ได้มีการสอนในรายวิชากฎหมายและจริยธรรมสื่อมวลชนก่อน ซึ่งได้ปลูกฝังให้นิสิตมีหลักการทำงานที่ดีและรู้ข้อกฎหมายที่ควรพึงระวัง เนื่องจากสื่อมีการแข่งขันกับเวลาในการนำเสนอข่าว จนเกิดข้อผิดพลาดที่พบเห็นได้ในปัจจุบัน การที่นิสิตให้ความสำคัญในเรื่องนี้จะช่วยลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นและสร้างเกราะคุ้มกันให้พวกเขา เมื่อต้องก้าวเข้าสู่สนามทำงานจริง

 

“การทำลานมะพร้าวออนไลน์จะช่วยให้นิสิตได้ฝึกปฏิบัติงานจริง ได้กลั่นกรองสิ่งที่เรียนมาทั้งหมดเพื่อนำมาใช้ในการทำงาน ทำให้เกิดการตกผลึกความรู้อย่างแท้จริง สภาวะกดดันในการทำงาน รวมถึงปัญหาและอุปสรรคที่นิสิตพบเจอ เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปเมื่อทำงานจริง ซึ่งในส่วนนี้ นิสิตจะได้เปรียบกว่าคนอื่น เพราะเคยผ่านการทำงานร่วมกับผู้อื่นมาแล้ว ย่อมสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว” อาจารย์ชวรงค์ กล่าว

 

 

อาจารย์อัครวุฒิ ตำราเรียง

 

อาจารย์อัครวุฒิ ตำราเรียง ผู้ก่อตั้งบริษัท Marvelic Engine Co., Ltd. และนักพัฒนา Open Source CMS ผู้ฝึกสอนการทำเว็บไซต์ให้กับนิสิตสาขาวิชาวารศาสตร์ ภาควิชานิเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ตั้งแต่รุ่นที่ 1 – 14 กล่าวว่า ในปัจจุบันเว็บไซต์มีความจำเป็นต่อการทำธุรกิจ เพราะเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำเสนอข้อมูลหรือสินค้า รวมถึงให้ข้อมูลต่างๆที่สะดวกและรวดเร็วต่อกลุ่มลูกค้า ซึ่งเว็บไซต์นั้นต้องการผู้ดูแลในการจัดทำข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ทำให้ความรู้ในการสร้างและจัดการเว็บไซต์มีความสำคัญต่อตัวนิสิตที่จะต้องออกไปสู่สนามการหางานในอนาคต

 

อาจารย์อัครวุฒิ กล่าวถึงความแตกต่างในการทำเว็บไซต์ในอดีตและปัจจุบันว่า ในยุคแรกของการทำเว็บไซต์จะมีลักษณะการทำงานเป็นอิสระ รองรับการใช้งานบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นหลัก เน้นการบริหารจัดการในส่วนของโครงสร้างเนื้อหาและเรื่องการใช้พื้นที่บนโปรแกรมค้นหา เสิร์ชเอ็นจิ้น (Search Engine) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เรียกว่าการทำ Search Engine Optimization: SEO ให้เว็บของเราสามารถค้นเจอได้จากเว็บเสิร์ชเอ็นจิน ยุคถัดมาเครื่องมือมีการพัฒนาให้มีการทำงานหลากหลายและสะดวกใช้งานได้ง่ายขึ้นรองรับการแสดงผล ผ่านอุปกรณ์ต่างๆ เช่น แทปเล็ต, มือถือ (Responsive Website) รวมถึงการเชื่อมโยงกับเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) เพื่อให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมกับเว็บไซต์มากขึ้น

 

อาจารย์อัครวุฒิ ตำราเรียงและนิสิตสาขาวิชาวารสารศาสตร์รุ่นที่ 14

 

ในส่วนของการปิดตัวของลานมะพร้าวออนไลน์ www.coconews.in.th อาจารย์อัครวุฒิให้ความเห็นว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะเป็นที่ฝึกปฏิบัติให้นิสิตได้เรียนรู้การทำเว็บข่าวออนไลน์ สร้างประสบการณ์เรียนรู้จากการทำงานจริงได้เจอทั้งปัญหาจากการทำข่าวและเรียนรู้ด้านเทคนิคในการใช้เครื่องมือต่างๆ ในการทำเว็บไซต์สามารถนำไปต่อยอดประกอบอาชีพได้จริงในภายหลังจากสำเร็จการศึกษา ซึ่งในส่วนนี้ นิสิตจะได้เปรียบกว่าคนที่เขียนโปรแกรมเป็นอย่างเดียว เพราะสามารถสร้างเนื้อหา เขียนข่าวหรือบทความให้มีความน่าสนใจได้ เป็นซึ่งหัวใจหลักของการจัดทำเว็บไซต์ ดังคำกล่าวที่ว่า Content is King

 

อาจารย์ปาจารีย์ ปุรินทวรกุล

 

อาจารย์ปาจารีย์ ปุรินทวรกุล อาจารย์ประจำสาขาวิชาวารสารศาสตร์ ภาควิชานิเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งเป็นศิษย์เก่าสาขาวิชาวารสารศาสตร์ รุ่นที่ 1 กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าที่มีโอกาสก้าวเข้ามาเป็นอาจารย์พิเศษในปี 2559 และอาจารย์ประจำในปี 2560 โดยมีส่วนช่วยดูแลนิสิตวารสารศาสตร์ 3 รุ่นสุดท้าย คือ เจอาร์รุ่นที่ 12-14 มองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในหนังสือพิมพ์ลานมะพร้าว ทั้งที่เป็นฉบับพิมพ์และ coconews พอสมควร ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยีพัฒนาไปมากยิ่งขึ้น ข้อมูลข่าวสาร รวมถึงพฤติกรรมผู้อ่านที่มีความหลากหลาย แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือความทุ่มเทของอาจารย์ทุกท่านและนิสิตทุกคนตลอดระยะเวลานับสิบปีที่ผ่านมา เพราะงานวารสารศาสตร์ไม่ใช่เรื่องง่าย มีผลกระทบสูง ซึ่งทุกรุ่นล้วนเคยผ่านปัญหาและอุปสรรคมาแล้วทั้งสิ้น

 

นิสิตสาขาวิชาวารสารศาสตร์ รุ่นที่ 1

 

กมลทิพย์ หิรัญประเสริฐสุข บัณฑิตสาขาวิชาวารสารศาสตร์รุ่นที่ 3 ภาควิชานิเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ผู้รับหน้าที่บรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติลานมะพร้าวและลานมะพร้าวออนไลน์ กล่าวถึงความประทับใจในการทำหนังสือพิมพ์ว่าในสมัยที่ตนเป็นบรรณาธิการข่าว จำได้ว่าทำข่าวเรื่องอธิการบดี ศ.ดร.สุชาติ อุปถัมภ์ได้นั่งเป็นอธิการบดีอีกครั้ง พอหนังสือพิมพ์วางแผง มีข่าวว่า อธิการบดีจะมาห้องลานมะพร้าวเพื่อยึดหนังสือพิมพ์ และถามหาคนที่เป็น บก.ข่าว ซึ่งตอนนั้นเราอยู่กรุงเทพมหานครกำลังเอาหนังสือพิมพ์มาส่งประกวดที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เลยบอกให้เพื่อน ๆ หนีไปก่อนอย่าไปยืนแถวหน้าห้องลานมะพร้าว

 

กมลทิพย์ กล่าวต่อว่า อีกข่าวหนึ่งที่ประทับใจ คือ ข่าวรื้อเสาทรู ซึ่งเป็นข่าวที่ได้รางวัลจากสมาคมนักข่าวฯ ได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 20,000  บาท จากทรู ที่มาของข่าวนี้คือ มีสุดยอดแหล่งข่าวมากระซิบบอกว่า เสาส่งสัญญาณมือถือของทรูมูฟมาติดตั้งที่คณะมนุษย์ฯแบบไม่มีการสอบถามประชาคม และมีงานวิจัยบ่งบอกว่าคลื่นสัญญาณมือถือจะทำให้เป็นมะเร็งสมอง ทีมข่าวลานมะพร้าวจึงติดตามทำข่าวต่อเนื่องมาโดยตลอด ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้คนของทรูอาจโกรธได้ คือ หลังได้เข้าร่วมประชุมกับตัวแทนมหาวิทยาลัยและคนของทรู ซึ่งก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัยได้มีการส่งหนังสือให้ทรูระงับการปล่อยสัญญาณมือถือจากเสาที่อยู่บนคณะมนุษย์ฯ ชั่วคราวจนกว่าการประชุมนี้จะเสร็จสิ้น ซึ่งจะมีมติให้เช่าพื้นที่ต่อหรือไม่ก็ต้องรอการประชุมนัดนี้

 

กมลทิพย์ กล่าวถึงเหตุการณ์ในห้องประชุมว่าตอนนั้นเราคิดแบบง่ายๆ และยิงคำถามไปยังตัวแทนของทรูว่า "พี่คะ หนูใช้ทรูอยู่เหมือนกัน สัญญาณก็ยังดีอยู่ ไม่ลดสักขีดเลย คุยกันรู้เรื่อง แบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีเสาบนคณะมนุษย์ฯ ก็ได้นี่คะ" ตัวแทนของทรูตอบว่า "อ๋อ เสาก็ส่งสัญญาณตามปกตินะครับ" นักข่าวลานมะพร้าวจึงตอบกลับไปว่า "อ้าว แต่ที่ ม.ส่งหนังสือให้ทางทรูระงับสัญญาณชั่วคราวไว้ก่อนนี่คะ" พร้อมกับชูหนังสือที่ออกโดยมหาวิทยาลัย จากนั้นก็งานเข้าและถูกเชิญให้ออกจากห้องประชุมรอจนเขาประชุมเสร็จ เลยได้พาดหัวกลับมาว่า “รื้อแน่เสาทรู” และก็มีการรื้อจริงๆ เพราะทางมหาวิทยาลัยไม่ต่อสัญญา

 

 

นิสิตสาขาวิชาวารสารศาสตร์ รุ่นที่ 2 

 

กมลทิพย์ กล่าวถึงเรื่องของอุปสรรคการทำหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติลานมะพร้าวว่า ความเชี่ยวชาญและความถนัดของคนเราไม่เหมือนกันทำให้การมองประเด็นข่าวหรือการทำงานมีอุปสรรค ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้น คนที่คิดประเด็นข่าวและคนที่มองภาพรวมหนังสือพิมพ์ทั้งเล่มจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะหลังหนังสือพิมพ์วางแผงแล้ว ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ที่คาดว่าทุกรุ่นคงจะเจอ คือ ระยะเวลาในการทำงานจำกัด ทั้งเขียนข่าว ทำรูป จัดหน้า ที่สำคัญคือ การเข้าถึงแหล่งข่าว รวมไปถึงการวางแผนล่วงหน้าที่มักจะไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ นิสิตจะต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตลอดเวลาจนหลายคนแทบถอดใจไม่อยากทำ แต่สิ่งที่ทำให้ตนภาคภูมิใจที่สุด คือ การยกมาตรฐานหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติให้ไม่จำเป็นต้องจดแจ้งการพิมพ์ หลังมีข้อพิพาทมายาวนานว่า หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติเข้าข่ายเป็นหนึ่งในการเรียนการสอนในรายวิชาถือเป็นการศึกษา ไม่จำเป็นต้องจดแจ้งการพิมพ์หรือขออนุญาตทางราชการ อีกทั้งกฎหมายยังไม่มีความชัดเจน ทำให้หนังสือพิมพ์ลานมะพร้าวจะถูกปิด และคนที่ทำหรือนิสิตสาขาวารสารศาสตร์ชั้นปีที่3 อาจจะต้องโดนดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดีเพราะเรื่องนี้ถูกหยิบยกเข้าไปพูดคุยในเวทีใหญ่ จำได้ว่าตนมีโอกาสไปติดดอกไม้ให้กับพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกคนที่ 24ของประเทศไทย ให้อารมณ์เหมือนเรื่องนี้ถึงนายกฯแล้วจะต้องมีทางออกดีๆ ตามมาแน่นอน

 

กมลทิพย์ กล่าวถึงการทำงานลานมะพร้าวออนไลน์ว่า ตอนนั้นเกือบทำเว็บไซต์พัง เพราะลืมรหัสผ่านทำให้เข้าระบบหลังบ้านไม่ได้ เรื่องข่าวที่ประทับใจ จำได้ว่าทำข่าวเรื่องหน้าที่สมาชิกสภาเทศบาลหรือสท.ที่มีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของพวกนายกเทศมนตรีหรือนายกเทศบาล ถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายบริหาร ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นคนกันเอง เรียกง่ายๆ ว่าเป็นคนของนายกฯ ทั้งนี้ พอโทรไปสัมภาษณ์แหล่งข่าวที่เป็นสท. เขาก็ยินดีเพราะเห็นเป็นนิสิตนักศึกษา แต่พอถามไปถามมา เขาสงสัยว่าทำไมถามเยอะ พอบอกว่าขอเอาความรู้ที่ได้ไปเขียนงานลงเว็บไซต์ ปรากฏว่าถูกตัดสาย พอโทรกลับไปอีกรอบโดนกดวางสายเฉยเลย คิดในใจนี่ขนาดเป็นเพื่อนแม่ที่รู้จักกันมานานยังโดนเลย  

 

กมลทิพย์ กล่าวถึงเรื่องการนำความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ใช้ในการทำงานว่า ในอดีตตนเคยทำงานเป็นนักข่าวเศรษฐกิจ สายตลาดหลักทรัพย์ ที่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และเว็บไซต์ www.manager.co.th แต่ปัจจุบัน เป็นผู้สื่อข่าวโต๊ะข่าวโซเชียล ของไทยรัฐออนไลน์  www.thairath.co.th โดยในช่วงที่ได้เริ่มงาน คือ พ.ศ. 2551เป็นยุคกำลังเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี ในช่วงเวลานั้นที่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการให้ความสำคัญกับการทำเว็บไซต์มากกว่าหนังสือพิมพ์ ซึ่งการเรียนทำเว็บไซต์ข่าวที่ชอบเรียกติดปากว่า "โคโค่นิวส์" สามารถนำมาประยุกต์ได้พอสมควร โดยเฉพาะการนำ Code HTML  มาใช้ เนื่องจากเว็บผู้จัดการยังเป็นภาษา HTML ไม่ใช่เว็บสำเร็จรูปเหมือน CMS ซึ่งพื้นฐานเล็กๆ น้อยๆ นี้สามารถนำมาต่อยอดในการทำงานได้เป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์ลานมะพร้าว ถือเป็นแบบฝึกหัดแรกก่อนก้าวเข้าสู่การทำงานสายสื่อมวลชน ลองผิดลองถูกมาโดยตลอด พอไปทำงานจริงๆ แล้วจะเห็นว่าสมรภูมิการทำงานของลานมะพร้าวกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย เพราะในโลกของการทำงาน นอกเหนือจากความถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร การคิดประเด็น หรือการรายงานข่าว มักมีเหตุการณ์ หรือ คำสั่งพิเศษ  ที่เราต้องแยกให้ออกระหว่างจรรยาบรรณวิชาชีพและผลประโยชน์ ซึ่งตนคิดว่าในการทำงานจะทำอะไรก็ได้แต่ต้องไม่ผิดต่อสามัญสำนึกและจรรยาบรรณวิชาชีพของตัวเองถึงจะดีที่สุด

 

หนังสือพิมพ์ลานมะพร้าว

 

สาธินีย์ วิสุทธาธรรม บัณฑิตวารสารศาสตร์ รุ่นที่ 6 ภาควิชานิเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ผู้รับหน้าที่บรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติลานมะพร้าวและลานมะพร้าวออนไลน์ กล่าวถึงความประทับใจในการทำข่าวว่า ประเด็นข่าวของรุ่นที่ 6 ล้วนเป็นข่าวสำคัญ มีคุณค่าข่าวที่กระทบในวงกว้างในประชาคมบูรพา เช่น ข่าวการสรรหาอธิการบดี ลานมะพร้าวได้นำเสนอข่าวผลหยั่งการเสียงในมหาวิทยาลัยถึงคะแนนนิยมต่อผู้ที่จะเป็น อธิการบดีคนใหม่ มีการแบ่งหน้าที่ลงเก็บข้อมูล ณ จุดเลือกตั้ง เพื่อส่งข้อมูลเข้ากอง บก.กลางทำการประมวลผลและนำเสนออย่างตรงไปตรงมาตามข้อมูล เปรียบเสมือนเราได้จำลองสถานการณ์การเลือกตั้งโดยมีพวกเราทั้งรุ่นได้ทดลองสนามข่าวจริง เจอปัญหาทั้งเฉพาะหน้า ระหว่างจัดทำ และภายหลังที่นำเสนอไปแล้ว ได้เรียนรู้และแก้ปัญหาร่วมกัน อดหลับอดนอนไปด้วยกัน เสียน้ำตาไปด้วยกันทั้งอาจารย์และนิสิต ประสบการณ์ชีวิตในช่วง “ฝึกปฏิบัติ” ของพวกเราในขณะนั้นจึงมีคุณค่ามาก

 

สาธินีย์ กล่าวต่อว่า อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือ ข่าวตึกคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาถล่มขณะทำการก่อสร้าง เนื่องจากเป็นข่าวด่วน ข่าวใหญ่ มีผู้ได้รับผลกระทบ ในช่วงนั้นการสื่อสารที่รวดเร็วเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องจากสถานที่เกิดเหตุจึงเป็นสิ่งสำคัญ พวกเราได้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social media) ได้แก่ ทวิตเตอร์ (twitter) ในการพิมพ์รายงานสดให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และข้อเท็จจริง เพื่อสื่อสารกับผู้ที่ติดตามข่าว รวมถึงสื่อกระแสหลัก จึงเป็นอีกสถานการณ์ที่ทำให้ได้เรียนรู้ชีวิตการทำงานของสื่อมวลชนไปพร้อม ๆ กันจากสถานการณ์จริงที่เป็นประสบการณ์ที่ดีของพวกเรา ด้วยประเด็นข่าวต่างๆ เหล่านี้ จึงทำให้เป็นโอกาสดีมากที่ทำให้รุ่นเราได้ผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนกันรับหน้าที่ เรียนรู้ทั้งการเป็นผู้นำ และผู้ตามได้ค่อนข้างมาก ช่วงเวลาในห้องฝึกปฏิบัติที่เด็กวารสารศาสตร์ เรียกว่า “ห้องเจอาร์” จึงเป็นช่วงเวลาที่อยู่ในความทรงจำของทุกคน

 

ห้องปฏิบัติการวารสารศาตร์ ลานมะพร้าว

 

สาธินีย์ กล่าวถึงอุปสรรคในการทำงานว่า เนื่องจากในช่วงที่กำลังฝึกปฏิบัติการทำข่าวเป็นเพียงนิสิตจึงทำให้แหล่งข่าวเกิดความไม่เข้าใจว่ากำลังทำอะไร ทำไมถึงอยากรู้ ทำไมถึงตั้งคำถามในลักษณะนี้ ไปจนถึงทำไมถึงนำเสนอเนื้อหานี้ ทำไมไม่นำเสนอสิ่งที่เป็นด้านบวกของคณะและมหาวิทยาลัย แม้ลานมะพร้าวจะเป็นหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ แต่เราทำหน้าที่และมีกระบวนการทำงานที่ยึดตามหลักวิชาชีพ ‘สื่อ’ ที่มีจรรยาบรรณวิชาชีพ นำเสนอข้อเท็จจริง และให้ความสำคัญกับประเด็นข่าวที่ประชาคมของเราได้รับผลกระทบ ซึ่งการทำหน้าที่ของเราในการนำเสนอข่าวการหยั่งเสียงผลคะแนนของผู้เสนอชื่อเข้ารับการสรรหาอธิการบดี ได้เกิดความไม่เข้าใจในบทบาทหน้าที่สื่อจนนำไปถึงการถูกข่มขู่คุกคามเสรีภาพทางวิชาการและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของนิสิตตามมาตรา 45 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 และจะเรียกสอบวินัยขั้นร้ายแรงกับอาจารย์ที่ปรึกษาหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ

 

สาธินีย์ กล่าวต่อว่า ในช่วงนั้นนิสิตวารสารศาสตร์ รุ่นที่ 6 ที่กำลังสวมหมวกกองบรรณาธิการลานมะพร้าวมีหลากหลายความรู้สึก ต้องแบ่งเวลาทั้งการเรียน การสอบ และพาลานมะพร้าวไปต่อให้ได้ จากคำแนะนำของเหล่าอาจารย์ที่ปรึกษาและอาจารย์พิเศษและผู้ใหญ่ในวงการสื่อ ตัวแทนกองบรรณาธิการในวันนั้นเลือกที่จะยื่นหนังสือร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา คณะอนุกรรมการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน ในคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภาที่รัฐสภา รวมถึงกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) อีกทั้ง มีสื่อกระแสหลักให้ความสำคัญติดตามประเด็นนี้ ทำให้พวกเราได้รับคำแนะนำและกำลังใจที่ดีและผ่านสถานการณ์ในช่วงนั้นไปได้

 

เว็บไซต์ข่าว coconews

 

สาธินีย์ กล่าวถึงเรื่องการนำความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ใช้ในการทำงานว่า ในช่วงที่เรียนจบได้เข้าทำงานเป็น นักข่าวที่สำนักข่าวอิศรา เป็นเวลากว่า 3 ปี ได้ใช้ความรู้ด้านการสัมภาษณ์ การติดต่อแหล่งข่าว การเขียนข่าว สารคดี และความรู้ด้านอื่นๆ จากการเรียนและฝึกปฏิบัติลานมะพร้าว ตลอดจนฝึกความอดทน ความพยายาม การทำงานเป็นทีมในสถานการณ์จริง เพราะสนามข่าวจริงเราไม่มีโอกาสผิดพลาด ไม่มีโอกาสล่าช้า ต้องแข่งขันกับสื่อแขนงอื่นๆ โดยเฉพาะในช่วงที่สื่อสังคมออนไลน์กำลังเป็นที่เข้าถึงได้ง่าย ยิ่งต้องพัฒนาตนเองให้เร็ว แต่ต้องรอบคอบ และถูกต้อง

 

สาธินีย์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันประกอบอาชีพข้าราชการท้องถิ่น ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลชุมแสง ทุกวันนี้ก็ยังได้ใช้ความรู้จากการเรียน การฝึกปฏิบัติและการทำงานในสนามข่าว มาปฏิบัติหน้าที่ เช่น การเขียนหนังสือราชการ การช่วยงานด้านประชาสัมพันธ์หน่วยงาน งานพิธีกรของหน่วยงาน และการสื่อสารกับประชาชนผู้มาใช้บริการ

 

หนังสือพิมพ์ลานมะพร้าวที่จัดทำโดยนิสิตสาขาวิชาประชาสัมพันธ์และวาทวิทยา

 

อภิสิทธิ์ ดุจดา บัณฑิตสาขาวิชาวารสารศาสตร์รุ่นที่ 12 ภาควิชานิเทศศาสตร์ปัจจุบันประกอบอาชีพผู้สื่อข่าวช่องพีพีทีวี (PPTV) สมัยเรียนอยู่ตำแหน่งผู้สื่อข่าวโต๊ะสิ่งแวดล้อมและสารคดีของลานมะพร้าว และเป็นบรรณาธิการบริหารลานมะพร้าวออนไลน์ กล่าวว่า การทำงานลานมะพร้าวและลานมะพร้าวออนไลน์จะเป็นการทำร่วมกันระหว่างนิสิตสาขาวิชาวารสารศาสตร์ ภาคปกติ และภาคพิเศษ เนื่องจากเป็นงานที่หนักจึงต้องมีการติดต่อสื่อสารกันเป็นประจำ ทำให้นิสิตมีความสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้นหรือบางคนที่อาจทะเลาะกันอยู่ก็มาคืนดีกันหลังจากการทำงาน

 

อภิสิทธิ์ กล่าวถึงข่าวที่ประทับใจว่าในช่วงนั้นลานมะพร้าวออนไลน์ได้นำเสนอข่าวการเล่นพนันบอลในพื้นที่ตำบลแสนสุข ทางสถานีตำรวจภูธรแสนสุข ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรีจึงมีการเรียกเข้าไปคุยเพื่อสอบถามถึงข้อมูลว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร เนื่องจากส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ในพื้นที่ แต่หลังจากที่มีการนำเสนอข้อมูลที่ทางทีมข่าวสำรวจมา มีการพูดคุยและอธิบายก็สามารถผ่านไปได้ด้วยดี

 

ด้านการนำสิ่งที่เรียนมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน อภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่สามารถนำมาใช้ได้จริง คือ ทักษะการทำงานร่วมกันผู้อื่น เพราะการทำลานมะพร้าวหรือลานมะพร้าวออนไลน์ต้องทำงานร่วมกับคนหมู่มาก ซึ่งแต่ละคนก็มีความคิดที่แตกต่างกันไป เวลามีปัญหาจะต้องใช้สติมากกว่าอารมณ์ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

 

เสื้อแจ็คเก็ตสำหรับใส่ลงพื้นที่ของทีมข่าวลานมะพร้าว

 

นัฐศรัณย์ สายกระซิบ เจ้าหน้าที่การตลาดอาวุโส บริษัทLINE BANGKOK บัณฑิตวารสารศาสตร์รุ่นที่ 12 ภาควิชานิเทศศาสตร์ กล่าวว่า ตนเคยเป็นบรรณาธิการบริหารในหนังสือพิมพ์ลานมะพร้าวและเป็นรองบรรณาธิการฝ่ายโซเชียลมีเดียในลานมะพร้าวออนไลน์ ซึ่งในขณะที่ตนทำหนังสือพิมพ์ลานมะพร้าวนั้นเหตุการณ์ที่ตนจำได้มากที่สุดคือ การประท้วงของนิสิตคณะหนึ่งที่อยากให้คณบดีของตนเองออก ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่ทำข่าวลานมะพร้าวพอดี ถือว่าเป็นการท้าทายความสามารถในการทำข่าว ซึ่งจะต้องเอาสิ่งที่เรียนมาใช้ให้มากที่สุด และจะต้องทำออกมาให้ดีเพราะนี่คือเหตุการณ์จริงที่เราต้องเจอในอนาคต

 

นัฐศรัณย์ กล่าวต่อว่า ปัญหาและอุปสรรคที่ตนพบเจอจากการทำหนังสือพิมพ์ลานมะพร้าวและลานมะพร้าวออนไลน์คือ จะต้องแข่งกับเวลาในการทำข่าว ทุกสิ่งทุกอย่างคือโลกแห่งความจริงแล้ว ต่างจากที่เรียนในห้อง เพราะฉะนั้นจะต้องจริงจัง ห้ามผิด ทุกอย่างต้องเดินไปข้างหน้าให้ได้ แต่สุดท้ายแล้วเมื่อผ่านมันไปได้ เราก็จะรู้สึกภูมิใจกับสิ่งนี้มาก ๆ

 

นิสิตวารสารศาสตร์รุ่นที่ 12 กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันตนทำงานด้าน Senior Marketing Executive หรือเจ้าหน้าที่การตลาดอาวุโส ของ LINE BANGKOK ซึ่งจะดูแลในส่วนงานออนไลน์ทั้งหมด ทุกสื่อช่องทางของบริษัท โดยจุดเริ่มต้นของการทำงานด้านOnline Marketing นั้นมาจากการเรียนการทำเว็บไซต์ข่าวลานมะพร้าวออนไลน์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า ‘COCONEWS’ ซึ่งตนเป็นรองบรรณาธิการสื่อออนไลน์ดูแลสื่อของลานมะพร้าวออนไลน์ซึ่งตอนเรียนทำให้รู้สึกว่าตนเองชอบ จากนั้นก็เริ่มมุ่งมาทางด้านนี้ตั้งแต่เรียนจบ จนปัจจุบันก็มาทำงานด้าน Online Marketing เลยรู้สึกว่า ถ้าวันนั้นเราไมได้ทำในส่วนของออนไลน์ ในปัจจุบันนี้เราคงไม่รู้ว่าที่จริงแล้วตัวเองชอบอะไรกันแน่

 

นิสิตสาขาวารสารศาสตร์รุ่นที่ 14

 

ธนธร วุฒิมานานนท์ นิสิตสาขาวิชาวารสารศาสตร์ รุ่นที่ 14 ภาควิชานิเทศศาสตร์ บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติลานมะพร้าวและลานมะพร้าวออนไลน์ กล่าวว่า  รู้สึกกดดันกับคำว่านิสิตวารสารศาสตร์ ม.บูรพา รุ่นสุดท้าย เพราะว่าในรุ่นก่อน ๆ มีการสร้างชื่อเสียงและผลงานเอาไว้มากมาย ทำให้ตนยิ่งรู้สึกว่าจะต้องทำทุกอย่างให้ดีเหมือนที่รุ่นพี่เคยทำไว้ แม้จำนวนคนของเราจะมีน้อยกว่ารุ่นที่ผ่านมา แต่ทุกคนก็ตั้งใจทำงานออกมาอย่างเต็มที่ที่สุด

 

ธนธร กล่าวต่อว่า การเรียนสาขาวิชาวารสารศาสตร์ที่ม.บูรพา เปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้ทักษะการทำงานด้านการสื่อสารหลากหลายด้านและสร้างประสบการณ์ในการทำงานจริง แม้ในปัจจุบันวารสารศาสตร์จะถูกมองว่าเป็นสื่อเก่าที่ไม่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม ทักษะการสื่อสารก็ยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำงานไม่ว่าจะผ่านสื่อใดก็ตาม ซึ่งนิสิตสามารถนำความรู้ไปต่อยอดในด้านงานข่าวได้ นอกจากนั้น สาขาวิชาวารสารศาสตร์ยังมีการส่งนิสิตออกไปหาความรู้และประสบการณ์นอกมหาวิทยาลัยตามโครงการต่าง ๆ เป็นประจำ ซึ่งตนได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนักข่าวแห่งอนาคต ทรู ปีที่ 16 และมีโอกาสได้รับทุนการศึกษาต่อในหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) อีกด้วย

 

    © COCONEWS JR14. ALL RIGHTS RESERVED

    Free Joomla! template by L.THEME | Documentation