โสเภณีขยายพื้นที่เข้าบางแสน หลังพบวินมอเตอร์ไซค์เป็นนายหน้าค้ากาม นายกตุ้ยยืนยันห้ามมีการค้าประเวณีเด็ดขาด ด้านตำรวจชี้ทำได้แค่ปราม ปรับ ปล่อย

 

ทีมข่าวลานมะพร้าวออนไลน์ลงพื้นที่สำรวจบริเวณชายหาดบางแสน หาดวอนนภา และแหลมแท่น จ.ชลบุรี กรณีพบว่า มีการขยายพื้นที่ของหญิงขายบริการ จากเดิมที่เคยพบบริเวณศาลากลางจังหวัดชลบุรี ปัจจุบันมีการขยับพื้นที่เข้ามายังบริเวณชายหาดบางแสน ทำให้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

นายโอ (นามสมมติ) อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง นายหน้าจัดหาโสเภณี เปิดเผยว่า ตนเป็นเอเย่นต์คอยจัดหาหญิงขายบริการเพื่อส่งให้ลูกค้าที่นัดแนะและตกลงราคากันไว้ตามโรงแรมบริเวณชายหาดบางแสน ซึ่งตนมีเบอร์โทรศัพท์และไลน์ไว้คอยติดต่อให้บริการลูกค้า

นายบี (นามสมมติ) อายุ 20 ปี พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งบริเวณชายหาดบางแสน เผยว่า ส่วนใหญ่ลูกค้าที่มาพักคนเดียวมักจะให้ตนแนะนำแหล่งขายบริการ โดยตนทำเพียงแค่หาช่องทางติดต่อของหญิงขายบริการให้กับลูกค้าเท่านั้น

นางสาวเจน (นามสมมติ) หญิงขายบริการ อายุ 23 ปี กล่าวว่า ตนเป็นคนจังหวัดขอนแก่น ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง รับงานขายบริการอยู่ที่บริเวณถนนลงหาดบางแสน ซอย 2 ได้ค่าตัวประมาณ 1,500 บาทต่อครั้ง ให้เหตุผลว่าที่รับงานขายบริการเพราะรายได้ดีและมองว่าเงินคือปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต เนื่องจากตนมีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ในการซื้อขายแต่ละครั้งจะต้องติดต่อผ่านนายหน้าก่อนเพื่อตกลงนัดแนะราคาและสถานที่

นายเอ (นามสมมติ) อายุ 31 ปี อาชีพพนักงานบริษัท ผู้เคยใช้บริการ กล่าวว่า ตนมาเที่ยวบางแสนเป็นประจำเพราะมีเพื่อนอยู่ที่นี่  ส่วนใหญ่มักจะเจอหญิงขายบริการอยู่ตามชายหาดบางแสน บางครั้งก็เจอบริเวณหาดวอนนภา โดยมากหญิงขายบริการจะแฝงตัวมาเป็นนักท่องเที่ยวและชักชวนให้ใช้บริการ ตนเป็นคนหนึ่งที่เคยซื้อบริการมาทุกรูปแบบทั้งหญิงที่ยืนขายและไซด์ไลน์  การซื้อบริการแต่ละครั้งจะมีวิธีการแตกต่างกันไป มีทั้งการติดต่อผ่านนายหน้าที่รู้จัก ถามพนักงานตามโรงแรม หรือแม้แต่การวนรถดูบริเวณที่เคยพบ

นายเอ กล่าวเพิ่มเติมว่า หญิงขายบริการที่ตนเคยเจอมีช่วงอายุตั้งแต่ 18 – 60 ปี แต่ส่วนใหญ่ตนจะเลือกซื้อบริการหญิงที่มีอายุต่ำกว่าตัวเองเพราะเป็นรสนิยมส่วนตัว สาเหตุที่เลือกใช้บริการเพราะตนก็เป็นผู้ชายที่มีความต้องการเหมือนคนทั่วไป

นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี กล่าวว่า เทศบาลเมืองแสนสุขเป็นเมืองท่องเที่ยวและยืนยันว่าจะต้องไม่มีปัญหาเรื่องโสเภณีในพื้นที่ชายหาดบางแสนอย่างแน่นอน โดยมองว่าเรื่องโสเภณีเป็นปัญหาใหญ่ หากพบว่ามีการค้าประเวณีเกิดขึ้นจะให้อำนาจหน้าที่การจับกุมแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางเทศบาลเมืองแสนสุขมีหน้าที่คอยประสานงานกับตำรวจ และอาจจะต้องให้หน่วยงานพัฒนาสังคมเข้ามาดูแล

“สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาเรื่องโสเภณีในพื้นที่ชายหาดบางแสน อาจต้องมีการเฝ้าระวังโดยให้พ่อค้าแม่ค้าบริเวณชายหาดบางแสนคอยเป็นหูเป็นตา หรือบางครั้งอาจจะต้องเรียกบรรดาพ่อค้าแม่ค้ามาประชุมหารือกันในเรื่องนี้” นายณรงค์ชัยกล่าว

ร.ต.อ.อดุลย์ นามดี รอง สวส. สภ.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี กล่าวว่า การค้าประเวณีในพื้นที่ชายหาดบางแสนส่วนใหญ่แบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ หญิงขายบริการขาจร คือ ไม่ได้ยึดอาชีพโสเภณีเป็นอาชีพหลักแต่จะรับงานเป็นครั้งคราว ซึ่งผู้ขายมีหลากหลายอาชีพ เช่น นักศึกษา รวมไปถึงชาวบ้านที่ไม่มีรายได้ อายุตั้งแต่ 14 - 40 ปี ส่วนราคาค่าตัวจะต่างกันไป และ ผู้ที่ยึดอาชีพโสเภณีเป็นหลัก ส่วนใหญ่มาจากนอกพื้นที่จังหวัดชลบุรี แล้วมาเช่าห้องในพื้นที่ชายหาดบางแสนอยู่เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อหาลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยว

ร.ต.อ.อดุลย์ กล่าวต่อว่า การค้าประเวณีในยุคนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่หญิงขายบริการจะมายืนรอลูกค้าแบบโจ่งแจ้ง แต่จะเปลี่ยนเป็นการติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย เช่น กลุ่มเฟซบุ๊ก กลุ่มไลน์ และ หมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งอาจมีนายหน้า (พ่อเล้าแม่เล้า) คอยเป็นธุระจัดหาให้กับลูกค้าที่ต้องการซื้อบริการโสเภณี สำหรับพื้นที่ชายหาดบางแสนมีหญิงขายบริการแอบแฝงในนักท่องเที่ยวเป็นเรื่องยากที่จะตามจับกุมได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถรู้ได้ว่าคนไหนเป็นโสเภณี

ร.ต.อ.อดุลย์ กล่าวต่ออีกว่า การที่ตำรวจจับกุมโสเภณีในพื้นที่ชายหาดบางแสนมาดำเนินคดีเป็นเพียงแค่การปรามเพื่อไม่ให้กระทำผิดซ้ำเท่านั้น ไม่ได้ดำเนินคดีแบบเต็มรูปแบบว่าเป็นคดีค้าประเวณี เบื้องต้นทางตำรวจจะแจ้งข้อกล่าวหา ติดต่อชักชวน แนะนำตัว รบเร้าบุคคลในที่สาธารณะเพื่อค้าประเวณี และปรับไม่เกิน 1,000 บาท ซึ่งส่วนใหญ่ตำรวจพบเบาะแสและเข้าจับกุมโสเภณีตามโรงแรมละแวกชายหาดบางแสนที่มีราคาถูก จากการสอบปากคำพบว่าโสเภณีที่มาขายบริการเป็นคนนอกพื้นที่ สำหรับมาตรการการปราบปรามการค้าประเวณี ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการมาให้มีการสืบสวน ติดตาม ควบคุม ปราบปรามไม่ให้มีในพื้นที่ชายหาดบางแสน รวมไปถึงการค้ามนุษย์ซึ่งเป็นปัญหาระดับชาติ เพราะส่งผลกระทบเรื่องการท่องเที่ยว

ร.ต.อ.อดุลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในกรณีที่ผู้ขายบริการเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานงานกับนักสังคมสงเคราะห์หรือพนักงานสอบสวนหญิงเพื่อเชิญมาสอบปากคำร่วมเกี่ยวกับคดีเรื่องเพศ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ไม่ได้ประสานงานกับเทศบาลเมืองแสนสุข เนื่องจากเทศบาลไม่มีอำนาจจับกุม เพราะอำนาจการจับกุมอยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

© 2017 COCONEWS JR13