ผอ.กรมทรัพยากรทางทะเลฯ เผยชลบุรีมีชุมชนรุกล้ำป่าชายเลน ด้านกรมเจ้าท่าสั่งเร่งรื้อถอนไม่เกิน 1 ปี

 

จากการสำรวจชุมชนในบริเวณป่าชายเลน จ.ชลบุรี โดยทีมข่าวลานมะพร้าวออนไลน์ พบว่า มีชุมชนที่เกี่ยวข้องตั้งแต่บริเวณ ต.คลองตำหรุ ต.หนองไม้แดง ต.บางทราย ต.บ้านสวน และ ต.บางปลาสร้อย ตามที่มีการประกาศ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าชุมชนดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างป่าชายเลนและชายฝั่ง เนื่องจากประชาชนเข้ามาตั้งถิ่นฐานก่อนปี  พ.ศ. 2530 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่มีการประกาศใช้กฎหมาย

ภาพถ่ายแสดงพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรีฯ ในพื้นที่อ.เมือง จ.ชลบุรี

นายประกิจ วรรณุทัศน์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายฝั่งและป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 จ.ชลบุรี ระบุว่า หน่วยงานได้มีการสำรวจชุมชนในพื้นที่ป่าชายเลนพบว่ามีหลายชุมชนที่ประชาชนเข้าไปทำการสร้างบ้านอยู่ในพื้นที่ ปัจจุบันทางหน่วยงานจึงทำการปักเสาบอกเขตเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปบุกรุก แต่หากพบว่าประชาชนเข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนเรื่องการรื้อถอนบ้านที่รุกล้ำพื้นที่ป่าชายเลน นายประกิจ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการประชุมของคณะกรรมการและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังไม่มีกฎหมายใดที่ออกมารองรับและเกี่ยวข้องโดยตรง จึงทำให้ต้องชะลอการรื้อถอนบ้านของประชาชนออกไป

นายภิมุข ประยูรพรหม ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 6 จ.ชลบุรี กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่ามีชุมชนรุกล้ำป่าชายเลน เพราะทางหน่วยงานดูแลเฉพาะสิ่งก่อสร้างที่รุกล้ำทางน้ำทางทะเล จึงไม่ได้มีการสำรวจเนื่องจากป่าชายเลนเป็นหน้าที่ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2

นายภิมุข กล่าวต่อว่า ทางกรมเจ้าท่าฯ ดูแลสิ่งก่อสร้างที่รุกล้ำทางน้ำทางทะเลแต่หากพบมีชุมชนเข้ารุกล้ำน่านน้ำทางชายฝั่งหรือพื้นที่คาบเกี่ยวป่าชายเลนด้านชายฝั่ง ทางชุมชนจะต้องรื้อถอนสิ่งก่อสร้างออกภายใน 60 วัน แต่ต้องไม่เกิน 1 ปี หรืออีกกรณีขึ้นอยู่กับความยากง่ายของสิ่งก่อสร้าง ตามที่ พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย ได้ประกาศและมีผลบังคับใช้ แต่ถ้าชาวบ้านเข้าตั้งถิ่นอาศัยก่อนปี พ.ศ. 2530 ให้มายื่นหลักฐานพร้อมขึ้นทะเบียนกับกรมเจ้าท่า เพื่อออกหนังสือรับรองสิ่งก่อสร้าง

“การที่ให้ประชาชนรื้อถอนสิ่งก่อสร้าง ทางหน่วยงานจะไม่มีการจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายให้ เพราะถือว่าประชาชนได้เข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่สาธารณะ” นายภิมุขกล่าว

ด้านนางสาวภัสสรา ศรีจันทร์ฉาย ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลบางทราย อ.เมือง จ.ชลบุรี กล่าวว่า ชุมชนที่รุกล้ำพื้นที่ป่าชายเลนใน ต.บางทราย มีประมาณ 2,100 หลังคาเรือน จากทั้งหมด 7,389 หลังคาเรือน โดยมีทั้งสิ้น 4 หมู่ ได้แก่ หมู่ 1 หมู่ 3 หมู่ 5 และหมู่ 6 รวมมีพื้นที่ป่าชายเลนประมาณ 600 ไร่ โดยทั้ง 4 หมู่อยู่ในความดูแลของกรมทรัพยากรธรรมชาติและชายฝั่ง ที่ 2 จ.ชลบุรี

นางสาวภัสสรา กล่าวต่อว่า หลังจากมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 17) ออกมา เทศบาลไม่ได้ขับไล่ประชนชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตามที่กฎหมายกำหนด เพียงแต่ให้ประชาชนในหมู่ดังกล่าวไปขึ้นทะเบียนกับกรมเจ้าท่าภูมิภาคที่ 6 จ.ชลบุรี เพื่อแจ้งว่าได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ปีใด หากอยู่ก่อนปี พ.ศ. 2537 ถือเป็นกรณีบุกรุกที่ดินแต่มีการอภัยโทษให้ แต่สำหรับผู้ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานหลังปี พ.ศ. 2537 จะต้องมีการเสียภาษีดอกหญ้าเพิ่มเติม

นางสาวภัสสรา กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ทางเทศบาลฯ ยังได้ประสานงานร่วมกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 จ.ชลบุรี เรื่องการกั้นแนวไม้ไผ่ เพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าไปบุกรุกในป่าชายเลน อีกทั้งยังทำให้ระบบนิเวศทางธรรมชาติฟื้นฟูดีขึ้น และปัญหาเรื่องการทิ้งขยะลงทะเลและน้ำเน่าเสียลดลง

นางสาวซี (นามสมมติ) ชาวบ้าน ต.บางทราย อ.เมือง จ.ชลบุรี กล่าวว่า ตนอยู่ที่บางทรายมา 20 กว่าปี เป็นคนท้องถิ่นมาตั้งแต่เกิด ตนไม่ทราบมาก่อนว่าบ้านที่ตนอาศัยอยู่เป็นพื้นที่รุกล้ำป่าชายเลน เพราะตอนที่สร้างบ้าน ครอบครัวบอกว่ามีการทำโฉนดที่ดินอย่างถูกต้อง พื้นที่ตรงนี้จึงเป็นพื้นที่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

นางสาวซี กล่าวต่อว่า ตนทราบว่ามี พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทยออกมา หลังจากที่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ. ดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่จะให้ชาวบ้านรื้อถอนบ้านที่มีการรุกล้ำพื้นที่ป่าชายเลน ส่วนตัวมองว่าเป็นการไม่ยุติธรรมต่อชาวบ้านในละแวกนั้น เพราะชาวบ้านอยู่กันมานานแล้ว

นางเอ (นามสมมติ) ชาวบ้าน ต.บางทราย อ.เมือง จ.ชลบุรี กล่าวว่า ตนและครอบครัวอยู่ในพื้นที่มานานกว่า 20 ปี ซึ่งตนทราบว่าเมื่อไม่นานมานี้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทยออกมา ทำให้ครอบครัวที่ปลูกหรือต่อเติมบ้านหลังปี พ.ศ. 2537 อาจต้องมีการรื้อถอนออก ซึ่งคนในชุมชนอยู่ตรงนี้เป็นเวลานาน

“ส่วนตัวคิดว่าการที่หน่วยงานอาจให้ชาวบ้านมารื้อถอนบ้าน สาเหตุน่าจะเกิดจากคนเข้ามาตัดป่าแสมกันมากกว่า เพื่อนำมาสร้างสะพานรวมถึงสร้างบ้าน นี่น่าจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้รุกล้ำป่าชายเลน” นางเอกล่าว

© 2017 COCONEWS JR13