อธิการบดี ม.บูรพาเผย จำนวนนิสิตลด รายได้หด แต่ช่วยเพิ่มคุณภาพการเรียนการสอน ด้านคณบดีคณะดนตรีและการแสดงชี้กระทบชั่วโมงการสอนอาจารย์พิเศษและต้องลดกิจกรรมนิสิต

 

จากกรณีที่มหาวิทยาลัยบูรพามีแนวโน้มลดจำนวนนิสิตลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับนิสิต โดยแต่ละคณะของมหาวิทยาลัยจำเป็นต้องมีแนวทางรับมือกับปัญหาดังกล่าว

รศ.สมนึก ธีระกุลพิศุทธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า การลดจำนวนนิสิตเริ่มมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2559เพื่อเป็นไปตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ให้เป็นไปตามสัดส่วนจำนวนนิสิตต่อจำนวนอาจารย์ที่เหมาะสม ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยบูรพารับนิสิตจำนวนมาก ในขณะที่อาจารย์มีจำนวนน้อย จึงต้องปรับลดนิสิตให้น้อยลง เพื่อเอื้อต่อบุคลากรที่มีอยู่ ส่วนตนไม่อยากให้มหาวิทยาลัยมีจำนวนนิสิตมากเกินไป เนื่องจากพื้นที่ของมหาวิทยาลัยมีน้อย นอกจากนี้ยังอยากให้คุณภาพของมหาวิทยาลัยดีขึ้นกว่าเดิม

รศ.สมนึก ธีระกุลพิศุทธิ์  เผยว่า ณ ตอนนี้ จำนวนนิสิตน้อย รายได้ก็จะลดลง มหาวิทยาลัยบูรพาอาศัยรายได้หลักจากค่าธรรมเนียมการศึกษาของนิสิต เพื่อเป็นเงินเดือนของบุคลากร สาธารณูปโภค และการจัดการศึกษา หากรายได้ลดลงบุคลากรที่จะมาช่วยเสริมคุณภาพการศึกษาก็จะลดลงไปด้วย ทำให้มหาวิทยาลัยต้องกลับมาคิดทบทวนเรื่องค่าธรรมเนียมการศึกษาตามความเหมาะสม ขั้นตอนต่อไปทางมหาวิทยาลัยต้องแจกแจงให้ชัดเจนว่าแต่ละหลักสูตรมีค่าธรรมเนียมที่เหมาะสมแล้วหรือไม่ ถ้าหากไม่เหมาะสมก็ควรเพิ่มอัตราค่าเรียนขึ้นให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงกับการผลิต ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้เอาเปรียบนิสิต หากอัตราค่าการเรียนการสอนสูงไปสำหรับบางคน ทางเราจะมีทุนการศึกษาเพื่อสอดรับกับนิสิตอื่นๆ

รศ.สมนึก ธีระกุลพิศุทธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา

รศ.สมนึก กล่าวต่ออีกว่า มหาวิทยาลัยบูรพาเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ที่ไม่แสวงหาผลกำไร จึงต้องมีการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ หากมีการขึ้นค่าธรรมเนียม เราจะบริหารงานอย่างสมเหตุสมผล และไม่ให้การขึ้นค่าธรรมเนียมเป็นอุปสรรคสำหรับคนที่ขาดแคลน

อาจารย์สัณห์ไชญ์ เอื้อศิลป์ คณบดีคณะดนตรีและการแสดง มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า สถานการณ์ในปัจจุบันเหมือนเกิดสงครามการแย่งเด็กครั้งใหญ่ เพราะ แต่ละมหาวิทยาลัยต่างต้องการรายได้ ยิ่งเกิดสถานการณ์ลดจำนวนนิสิต ก็ยิ่งทำให้ทุกมหาวิทยาลัยตกที่นั่งลำบาก คณะดนตรีและการแสดงก็ได้รับผลกระทบในเรื่องของงบประมาณ แต่ไม่ถึงขั้นร้ายแรงจนทำงานไม่ได้ ด้านการจ้างงานอาจารย์พิเศษนั้นจะไม่ลดจำนวนบุคคลแต่ลดชั่วโมงการเข้าสอน และให้อาจารย์ประจำเข้าสอนเพิ่มแทน ส่วนผลกระทบต่อตัวนิสิตคือ กิจกรรมที่ลดลง จากเคยมีกิจกรรม 20 โครงการต่อปี อาจเหลือแค่ 5 โครงการสำคัญ โดยจะเปลี่ยนเป็นการทำงานกับนิสิตในห้องเรียนแทน

อาจารย์สัณห์ไชญ์ เอื้อศิลป์ กล่าวต่อว่า จากปัญหาการลดจำนวนนิสิตทำให้คณะต้องปรับเปลี่ยนการใช้จ่าย มีแนวทางการแก้ไขโดยการใช้ธุรกิจย่อยเพื่อหารายได้เข้าคณะ ได้แก่ บริษัทมิวป้าสตาร์อะคาเดมี่และ บริษัทมิวป้าออแกไนซ์เซอร์ จะเป็นตัวช่วยให้คณะนั้นดำเนินงานต่อไปได้ เพราะส่วนตัวไม่อยากเก็บเงินค่าลงทะเบียนจากนิสิต และอยากให้นิสิตได้เรียนฟรีเหมือนมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ แต่ผลกระทบต่อมาคือ อาคารใหม่ที่พึ่งสร้างเสร็จ งบประมาณไม่เพียงพอต่อการติดเครื่องปรับอากาศจึงยังไม่สามารถใช้งานได้ คาดว่าไม่เกินเดือนมีนาคมปี 2561 จะเปิดใช้งานได้

อาจารย์สัณห์ไชญ์ เอื้อศิลป์ คณบดีคณะดนตรีและการแสดง มหาวิทยาลัยบูรพา

อาจารย์สัณห์ไชญ์ เผยว่า จากวิกฤตครั้งนี้ คิดว่ามหาวิทยาลัยทำถูกต้องที่รับจำนวนนิสิตที่พอเหมาะ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือคุณภาพการเรียนการสอนจะดีขึ้นหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้อาจารย์ในคณะต้องทำงานหนักมากขึ้น ถึงแม้เงินจะน้อยลงแต่กิจกรรมทุกอย่างก็ยังมีตลอด เพราะกิจกรรมไม่จำเป็นต้องใช้เงิน นำเอาปัญหามาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน

ผศ.ดร.บุญรอด บุญเกิด คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า ผลกระทบหลังลดจำนวนนิสิต คือ อาจารย์พิเศษมีจำนวนน้อยลง เนื่องจากไม่มีงบประมาณจ้าง เพราะอาจารย์พิเศษมีอัตราเงินเดือนมากกว่าอาจารย์ปกติหลายเท่า อาจทำให้ภายใน 1 ภาคเรียนของแต่ละคณะ มีอาจารย์พิเศษสอนแค่ 1 - 2 คน ซึ่งทำให้นิสิตขาดประสบการณ์ใหม่ ๆ จากผู้มีความรู้

ผศ.ดร.บุญรอด กล่าวต่อว่า แนวทางการบริหารจัดการภายในอนาคต คือ การขึ้นค่าเทอม ซึ่งกำลังมองว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ เพราะการขึ้นค่าเทอมจะทำให้มหาวิทยาลัยสามารถคัดบุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาสอนและเพิ่มความรู้ความสามารถให้กับนิสิตได้

 

© 2017 COCONEWS JR13