คณะแพทย์-วิศวะจับมือพัฒนาหลอด LED ต้านภาวะตัวเหลืองเด็กแรกเกิด ลดต้นทุนนำเข้าเครื่องมือแพทย์ราคาแพง เล็งส่งออกสู่อุตสาหกรรมการแพทย์ในอนาคต

 

อาการตัวเหลืองในทารกหลังคลอดเป็นอีกภาวะหนึ่งที่พบได้บ่อยมากในปัจจุบัน ภาวะตัวเหลือง (Hyperbilirubinemia) เกิดจากทารกเกิดใหม่ซึ่งการทำงานของตับยังไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้ไม่สามารถกำจัดสารบิลิรูบิน หรือสารที่ทำให้เกิดการสลายตัวของเม็ดเลือดแดงได้ สารดังกล่าวทำลายเนื้อเยื่อสมองของทารก บางรายถึงขั้นเสียชีวิต

การรักษาภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด

กรณีพบทารกตัวเหลืองถึงเกณฑ์ต้องเข้ารับการรักษา แพทย์จะนำไปส่องไฟรักษาโดยการใช้แสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ชนิดพิเศษ (Special blue light) ซึ่งคิดค้น วิจัย และพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนเป็นโคมไฟแอลอีดีกำลังสูงสำหรับรักษาภาวะตัวเหลือง (Cerulean Mark 5) ที่มีต้นทุนการผลิตชุดละประมาณ 2.3 หมื่นบาท สามารถช่วยลดต้นทุนในการจัดซื้อและการบำรุงรักษาลงอย่างมาก ทำให้โรงพยาบาลหลายแห่งที่ยังขาดแคลนอุปกรณ์ดังกล่าวหรือมีจำนวนอุปกรณ์การรักษาไม่เพียงพอก็สามารถสั่งซื้อได้

ผศ.ดร.นรรัตน์ วัฒนมงคล อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า จากการสังเกตเกิดความสงสัยว่าเด็กแรกเกิดทำไมต้องอยู่ในตู้อบ และพบว่าทารกมีภาวะตัวเหลือง จึงปรึกษากับกุมารแพทย์ว่าเกิดจากอะไร ส่งผลอย่างไรต่อทารกบ้าง อีกทั้งยังมีนิสิตที่ร่วมศึกษาข้อมูลมาแล้ว จึงร่วมกันทำเครื่องส่องแสงโดยมีกุมารแพทย์ให้คำแนะนำประกอบ ซึ่งการออกแบบจะทำให้เหมาะสมต่อการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบกับตัวเด็ก สมัยก่อนจะมีการใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์แต่มีข้อเสียคือ ไม่สามารถกำหนดความยาวคลื่นที่เหมาะสมได้ ทั้งยังมีแสงยูวีที่ส่งผลกระทบต่อผิวหนังเด็ก จึงพัฒนามาเป็นหลอดแอลอีดีที่สามารถควบคุมค่าความยาวคลื่นและสามารถปรับระดับความเข้มของแสงตามที่ผู้ใช้งานต้องการได้ โดยเครื่องส่องแสงดังกล่าว จะไม่มีการปล่อยรังสียูวีออกมากระทบกับผิวหนังของทารก รวมถึงมีระยะเวลาในการใช้งานมากกว่า

ผศ.ดร.นรรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากประกอบเป็นชิ้นโคมสำเร็จ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติให้การรับรอง ก็ปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้การรับรองจากศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือ
พีเทค (PTEC) ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการนำไปใช้งานจริงเพื่อเปรียบเทียบกับเครื่องที่นำเข้าจากต่างประเทศ คาดว่าอนาคตมีแผนพัฒนาโคมไฟแอลอีดีตัวนี้เพื่อส่งออกไปสู่อุตสาหกรรมทางการแพทย์ เพราะนอกจากเทคโนโลยีจะสามารถช่วยเหลือสังคมแล้วยังสามารถเข้าถึงโรงพยาบาลได้ทุกระดับ

นายณัทกร เกษมสำราญ นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
ผู้ร่วมคิดค้นพัฒนาเครื่องส่องแสง (Phototherapy) กล่าวว่า ตนและทีมพัฒนาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ร่วมกับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา พัฒนาโคมไฟดังกล่าวขึ้นเพื่อทดแทนเครื่องมือที่นำเข้ามาจากต่างประเทศซึ่งมีราคาสูง เครื่องส่องแสงสามารถหาซื้อชิ้นส่วนอะไหล่ต่าง ๆ ในประเทศไทยด้วยราคาที่ต่ำกว่าต่างประเทศ โดยให้การรักษาใกล้เคียงกับเครื่องของต่างประเทศ โคมทั่วไปจะมีเพียงระบบเปิด-ปิด ไม่สามารถเพิ่มลดความสว่างได้ แต่ตัวนี้สามารถเพิ่มลดและแสดงเวลาเปิด-ปิดเครื่องได้ ซึ่งจะส่งผลต่อความเข้มแสงตามที่แพทย์ต้องการ

นายณัทกร กล่าวต่อว่า ในขั้นตอนการรักษาจะใช้งานหนึ่งเครื่องต่อเด็กหนึ่งคน ระยะเวลาในการรักษาแล้วแต่กรณี โดยเฉลี่ย 36 - 48 ชั่วโมง แพทย์จะต้องเจาะเลือดเพื่อดูค่าตัวเหลืองว่าลดลงถึงระดับใด พอลดถึงเกณฑ์จะสั่งปิดไฟส่วนที่มีแผนจะพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นคือรูปลักษณ์และระบบการทำงาน ให้มีคุณภาพสูงมากกว่าเดิม

นายแพทย์ ปราการ ทัตติยกุล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
นายแพทย์ ปราการ ทัตติยกุล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

กล่าวว่า หลังจากที่ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ส่งมอบโคมไฟแอลอีดีกำลังสูงสำหรับรักษาภาวะตัวเหลืองให้กับทางโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา ขณะนี้ยังไม่มีการเก็บข้อมูลสำหรับการศึกษาเพื่อการทดลอง จึงยังไม่สามารถระบุตัวเลขหรือกรณีการใช้งานในส่วนของการรักษาได้อย่างชัดเจน แต่จะมีการเก็บผลการรักษาภายในปีหน้า และจากการทดลองการใช้งานที่ผ่านมา ยังไม่มีการนำไปใช้อย่างเป็นทางการตามมาตรฐานหลักของการรักษา เหตุเพราะตัวโคมไฟแอลอีดียังมีการพัฒนาอุปกรณ์อยู่เรื่อย ๆ

นายแพทย์ ปราการ กล่าวต่อว่า ประสิทธิภาพตัวโคมไฟแอลอีดีกำลังสูงสำหรับรักษาภาวะตัวเหลืองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับโคมไฟรักษาภาวะตัวเหลืองที่มีการขายในเชิงพาณิชย์อยู่ในปัจจุบัน เพียงแต่ขณะนี้ยังไม่มีกระบวนการพัฒนาที่จะผลิตออกไปสู่การเป็นอุตสาหกรรมทางการแพทย์ เนื่องจากเป้าหมายหลักจริง ๆ ของทางคณะวิศวกรรมศาสตร์คือ ต้องการที่จะลดต้นทุนการนำเข้าของโคมไฟแอลอีดีและการพัฒนาเพื่อส่งออกไปสู่โรงพยาบาลอื่น ๆ ที่ขาดแคลนอุปกรณ์ในการรักษาทางการแพทย์ โดยสิ่งที่อยากจะให้มีการพัฒนาต่อคือ ต้องการให้โคมไฟแอลอีดีตัวนี้สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างทั่วถึงในส่วนของการพัฒนาพื้นที่ความครอบคลุมของแสง หรือ อุปกรณ์เสริมเช่นขาตั้งและน้ำหนักที่ต้องมีการปรับปรุงและแก้ไขให้สะดวกต่อการใช้งานได้มากยิ่งขึ้น

© 2017 COCONEWS JR13