สภ.แสนสุขเตือนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต โจรกรรมออนไลน์แพร่ระบาดเนื่องจากมิจฉาชีพมีช่องทางเข้าถึงเหยื่อง่าย

 

ปัจจุบัน สื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวัน ช่องทางการโจรกรรมจึงสามารถเกิดได้หลายรูปแบบ อาทิ เช่น เว็บไซต์ข่าว เว็บไซต์หนังออนไลน์ เกมลุ้นชิงรางวัล เว็บไซต์ทำแบบสอบถามในเฟซบุ๊กที่วัยรุ่นนิยมเล่น ซึ่งเว็บไซต์ดังกล่าว เป็นช่องทางที่แฝงมากับการโจรกรรมข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลบัตรประชาชน เลขบัญชีธนาคาร เบอร์โทรศัพท์ ทำให้ผู้ใช้งานอาจสูญเสียข้อมูลส่วนตัวไปโดยไม่รู้ตัว

จากสถิติการเข้าแจ้งความคดีโจรกรรมข้อมูลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ปี 2560 พบว่า มีผู้เสียหายที่เข้ามาแจ้งความกับสถานีตำรวจภูธรแสนสุข จังหวัดชลบุรี กว่า 60 คดี รูปแบบของการถูกโจรกรรมส่วนใหญ่ที่พบคือถูกมิจฉาชีพหลอกให้ทำธุรกรรมในกาโอนเงินสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านสื่อโซเชียลและไม่ได้รับสินค้าดังกล่าวตามมา

พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ จันทร์ศรีเพชร รอง ผกก.หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.แสนสุข จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า มีการแจ้งความคดีดูหมิ่นบ่อยครั้ง เหตุเกิดจากนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อเกิดความขัดแย้งกันจะขึ้นสถานะโจมตีกันในเฟซบุ๊ก ถ้าคนอื่นรับรู้ด้วยจะเป็นคดีหมิ่นประมาททางโฆษณาซึ่งมีโทษสูง และอีกกรณีคือการสั่งสินค้าทางออนไลน์และไม่ได้รับของ

พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ กล่าวต่อว่า รูปแบบการโจรกรรมออนไลน์ที่พบมากที่สุดมีความใกล้เคียงกันระหว่าง การสวมรอยบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กของผู้อื่นเพื่อนำไปหลอกขายสินค้า กับ การหลอกให้ผู้อื่นโอนเงิน ในส่วนของการดำเนินคดีเป็นไปได้ค่อนข้างยาก เพราะต้องตรวจสอบจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถึงที่มาของหมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ บางครั้งตัวประมวลผลกลางที่ควบคุมอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์หรือมาเลเซียทำให้ตรวจสอบยากและมีหลายขั้นตอน อีกทั้งขณะนี้ การออกหมายจับจะคาบเกี่ยวกันระหว่างทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์และการฉ้อโกงทั้งทางแอปพลิเคชันไลน์และเฟซบุ๊ก ซึ่งมีโทษสูง จำคุกไม่เกิน 5 ปี โดยหากฉ้อโกงทางออนไลน์ แต่ไม่ผิดมาตราทางพรบ.คอมพิวเตอร์ จะจำคุกไม่เกิน 3 ปี ส่วนด้านแนวทางการป้องกันนั้นอยู่ที่ตัวบุคคล ควรใช้วิจารณญาณในการซื้อของ เล่นสื่อออนไลน์ และควรตรวจข้อมูลบัญชีของผู้ขายให้ดีก่อนจะทำธุรกรรมทางการเงินทุกครั้ง

กรณีการถูกโจรกรรมข้อมูลของผู้เสียหาย

นายเอ นามสมมติ นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก(อี.เทค) จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า กรณีการถูกโจรกรรมข้อมูลผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตที่เคยเกิดขึ้นกับตนคือ ตนกับเพื่อนอีกสองคนถูกชาวต่างชาติแฮกเฟซบุ๊กเพื่อนำไปวิดีโอคอลสนทนาส่วนตัวกับเพื่อนคนอื่นในเฟซบุ๊ก ซึ่งเพื่อนในเฟซบุ๊คก็คิดว่าตนเป็นคนวิดีโอคอลจึงทำให้เพื่อนได้รับภาพอนาจาร อีกทั้งยังมีการข่มขู่เรียกเงินจำนวน 5,000 บาท เพื่อจะได้บัญชีเฟซบุ๊กคืน ตนกับเพื่อนจึงต้องปิดบัญชีผู้ใช้ หลังเหตุการณ์ดังกล่าวหนึ่งในผู้เสียหายได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับตำรวจ และตนได้มีการเตือนบุคคลรอบข้างให้ระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อโอนเงินให้มิจฉาชีพ

ดร. ศักดินา บุญเปี่ยม อาจารย์ภาควิชาจิตวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า การโจรกรรมข้อมูลออนไลน์ในปัจจุบันเกิดขึ้นง่ายกว่าก่อน เพราะช่องทางการเข้าถึงเหยื่อเป็นไปได้ง่ายขึ้น รวมถึงเนื้อหาออนไลน์ในเว็บไซต์ก็หลอกลวงเหยื่อได้หมด ข้อมูลสามารถบิดเบือนได้ง่ายด้วยเทคโนโลยี แต่ที่สำคัญคือตัวผู้รับสารส่วนใหญ่เป็นผู้มีความต้องการซื้ออยู่แล้ว 18 มงกุฎจึงสามารถจับได้ถูกทาง

ดร.ศักดินา กล่าวต่อว่า ผู้บริโภคเองก็มีความโลภด้วยส่วนหนึ่ง เพราะการซื้อของราคาถูกในอินเทอร์เน็ตมีความเสี่ยงตามมาอยู่แล้ว ฉะนั้นโอกาสใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิดจึงมีมากขึ้น ในส่วนของการป้องกันควรเริ่มจากสถาบันครอบครัว ต้องสร้างภูมิคุ้มกันซึ่งจะได้มาจากการอบรมสั่งสอน แต่ปัจจุบันพ่อแม่ลูกไม่ค่อยได้คุยหรือเจอหน้ากัน
จะปรึกษาปัญหาอะไรก็คุยผ่านทางออนไลน์มากกว่า

© 2017 COCONEWS JR13