คณะวิทยาศาสตร์นำนวัตกรรมหอยแมลงภู่เทียม ใช้ตรวจจับโลหะหนักในทะเล ชี้พบปริมาณสารเคมีบริเวณชายฝั่งแหลมฉบัง

 

จากทุนวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติและศูนย์ความเป็นเลิศด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพิษวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้คิดค้นวัสดุประดิษฐ์ที่มีชื่อว่า หอยแมลงภู่เทียม หรือ Artificial Mussel (AM) ซึ่งได้แนวคิดจาก ศาสตราจารย์ รูดอล์ฟ วู (Rudolf Wu) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยสิ่งแวดล้อมทางทะเลและนวัตกรรมทางเทคโนโลยี (MERIT) ชาวฮ่องกงในการคิดค้นและพัฒนาวัสดุดังกล่าวเพื่อนำมาใช้ตรวจสอบการปนเปื้อนโลหะหนักของน้ำทะเลเมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลกรมควบคุมมลพิษ อีกทั้งเพื่อเฝ้าระวังการปนเปื้อนโลหะหนักในน้ำทะเล เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์น้ำรวมถึงผู้บริโภคอาหารทะเลได้ โดยทางคณะคณะวิทยาศาสตร์มีการเฝ้าระวังสารปนเปื้อนทั้งหมด 5 พื้นที่ในจ.ชลบุรี ได้แก่ บริเวณชายฝั่งทะเลอ่างศิลา หาดวอน แหลมแท่น แหลมฉบัง และสัตหีบ  

หอยแมลงภู่เทียม เป็นอุปกรณ์ทางเคมีประกอบขึ้นเพื่อใช้ติดตามหรือตรวจสอบการปนเปื้อนโลหะหนักในแหล่งน้ำทั้งน้ำจืดและน้ำทะเล ปัจจุบันมีการใช้อย่างแพร่หลายที่ฮ่องกง แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย โปรตุเกส สก็อตแลนด์ และไอซ์แลนด์ ซึ่งในไทยถือว่ายังเป็นที่ต้องการเพื่อสร้างองค์ความรู้ให้แก่หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งภาครัฐบาล เอกชน และสถาบันการศึกษา

การนำวัสดุ Artificial Mussel (AM) ไปแขวนในน้ำทะเล

ผศ.ดร.ปภาศิริ บาร์เนท หัวหน้าภาควิชาวาริชศาสตร์ ผู้ดูแลโครงการวิจัยเฝ้าระวังสารปนเปื้อนโลหะหนักคณะวิทยาศาตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า หอยแมลงภู่เทียมเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เฝ้าระวังตรวจจับสารปนเปื้อนในทะเล ประกอบด้วยสารสกัดมีชื่อว่า Chelex-100 resins ซึ่งลอยตัวอยู่ในน้ำภายในท่อพลาสติกและปิดด้วย โพลีอาครีลาไมด์ เจล (Polyacrylamide gel) ที่จะช่วยให้การซึมเข้าของไอออนโลหะเป็นไปอย่างช้า ๆ ผ่านรูขนาดเล็กก่อนจะเข้าไปสัมผัสกับ สารสกัด Chelex-100 resins ที่มีคุณสมบัติสามารถดักจับโลหะหนักทางพันธะเคมีได้ โดยนำวัสดุ AM ไปแขวนใต้ผิวน้ำทะเลลึกลงไป 1 เมตร ใช้ระยะเวลา 15 - 30 วัน ก่อนจะมีการนำผลขึ้นมาตรวจสอบและวิเคราะห์เชิงวิจัย  

Artificial Mussel (AM) หลังจากนำไปแขวนในทะเล 15-30 วัน

ผศ.ดร.ปภาศิริ กล่าวต่อว่า หลังจากนำวัสดุประดิษฐ์ AM ไปแขวนเพื่อเฝ้าระวังสารปนเปื้อนช่วงเดือนมีนาคม (ฤดูแล้ง) และกรกฎาคม (ฤดูฝน) ในปีพ.ศ. 2560 ประสิทธิภาพของวัสดุอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี เพราะสามารถดักจับสารปนเปื้อนต่าง ๆ ได้จริง โดยผลการวิจัยพบว่า บริเวณชายฝั่งแหลมฉบัง เฉพาะฤดูฝนเท่านั้นจะมีค่าสารทองแดง (Cu) สูงอย่างชัดเจนซึ่งเกินมาตรฐานที่กำหนดของคุณภาพน้ำทะเล ส่วนบริเวณชายฝั่งหาดบางแสน อ่างศิลา และสัตหีบ ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่มีความปลอดภัยและเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต

ผศ.ดร. ปภาศิริ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้โครงการวิจัยเฝ้าระวังสารปนเปื้อนดังกล่าวอยู่ในขั้นดำเนินงานเพื่อจัดโครงการอบรมและสาธิตวิธีการใช้วัสดุประดิษฐ์ AM ให้กับชุมชนและเทศบาลในเขตจ.ชลบุรีได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปใช้งานสำหรับการลงพื้นที่เฝ้าระวังสารปนเปื้อนต่าง ๆ ได้อย่างถูกวิธี โดยการจัดโครงการอบรมข้างต้น ได้รับทุนมาจากศูนย์เรียนรู้การจัดการชายฝั่งแบบบูรณาการ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาในการถ่ายทอดเทคโนโลยี นอกจากนี้ การนำวัสดุประดิษฐ์ AM ไปใช้ในภาคสนามคือการศึกษารูปแบบในหลายประเทศทั่วโลก และเป็นทางเลือกให้แก่ผู้วิเคราะห์โลหะหนักในประเทศไทยเพื่อให้หน่วยงานรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลได้มีองค์ความรู้และสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่ผู้อื่นต่อไปได้

นางสาวฉลวย มุสิกะ นักวิทยาศาสตร์ชํานาญการพิเศษ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลมหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า เมื่อต้นปี 2560 ที่ผ่านมา ผศ.ดร. ปภาศิริและทีมวิจัย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้นำหอยแมลงภู่เทียมไปทดลองใช้งานจริงที่หาดวอนนภา ซึ่งขณะนี้ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลยังไม่มีแผนนำเทคนิคจากโครงการมาใช้เนื่องจากกำลังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์สารปนเปื้อน ส่วนตัวคิดว่าโครงการดังกล่าวสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ เพราะวัสดุที่นำมาใช้ตรวจจับสารมีแนวคิดมาจากหอยแมลงภู่ ซึ่งมีคุณสมบัติในการกรองสารปนเปื้อน

นางสาวฉลวย กล่าวต่อว่า การตรวจสอบโลหะหนักจะใช้เครื่องวิเคราะห์อะตอมมิกแอพซอร์พชัน สเปกโทรสโกปี (Atomic Absorption Spectroscopy) ในการตรวจ และก่อนใช้งานเครื่องดังกล่าวต้องมีการเตรียมตัวอย่าง ส่วนเครื่องอีกประเภทคือ อินดักทีฟ คับเปิล พลาสมา แมส สเปกโทรสโกปี (Inductively Coupled Plasma-Mass Spectroscopy) เป็นเครื่องที่ใช้วัดระดับโลหะในน้ำซึ่งมีราคาสูง ดังนั้นการเลือกใช้หอยแมลงภู่เทียมเป็นเพราะวัสดุดังกล่าวจะไม่สูญหาย ขณะที่หอยแมลงภู่จากธรรมชาติมีภาวะเสี่ยงตายสูง ส่วนใหญ่โลหะหนักในเขตจ. ชลบุรีที่ตรวจพบจะไม่เกินค่ามาตรฐาน

นางนิสากร วิเวกวินย์ นักวิชาการสุขาภิบาลชำนาญการ เทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี กล่าวว่า เทศบาลเมืองแสนสุข เป็นหน่วยสนับสนุนส่วนหนึ่งให้กับทีมวิจัยมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งอำนวยความสะดวกให้ใช้พื้นที่เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงในชุมชนสำหรับงานวิจัยเพื่อเฝ้าระวังสารปนเปื้อนโลหะหนักตามแนวชายฝั่งทะเล โดยมองว่าโครงการดังกล่าว ตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่และคิดว่าสามารถแก้ไขปัญหาให้ชุมชนได้ ด้วยข้อจำกัดของการใช้งบประมาณในท้องถิ่น ตนมองว่าการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไม่ใช่หน้าที่ของเทศบาลเพียงฝ่ายเดียว ดังนั้นการร่วมมือกับทีมวิจัยครั้งนี้ จึงถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะได้รับแรงสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ในการพัฒนาชุมชนร่วมกัน

นายศราวุฒิ เสียงสังข์ ชาวประมงชุมชนบ้านแหลมแท่น ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี กล่าวว่า วัสดุ AM ดังกล่าวมีความจำเป็นต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งอุตสาหกรรมในจ.ชลบุรี เพราะเมื่อมีการตรวจพบสารโลหะหนักต่าง ๆ ในแต่ละพื้นที่ จะทราบว่าบริเวณใดเป็นจุดที่มีความสุ่มเสี่ยงและเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล รวมถึงจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคอาหารทะเลหรือไม่ โดยตนมีส่วนช่วยทีมวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ในการดำน้ำลงไปแขวนวัสดุ AM บริเวณชายฝั่งทะเลแหลมแท่นจำนวน 2 จุด คือสะพานแหลมแท่น และกลางทะเลบริเวณแหลมแท่น เพื่อเฝ้าระวังสารปนเปื้อนดังกล่าวในช่วงฤดูแล้งและฤดูฝนที่ผ่านมา  

“เรื่องปัญหาโลหะหนักส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง เวลาใครซื้อของไปอาจได้รับสารปนเปื้อน ดังนั้นต้องสืบหาต้นตอก่อนว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล่อยสารและมาจากที่ใด เพราะจ.ชลบุรีเป็นปากแม่น้ำ มีน้ำไหลมาจากแม่น้ำบางปะกงและแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีโรงงานอุตสาหกรรมค่อนข้างมาก เป็นเหตุให้ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าสารดังกล่าวถูกปล่อยมาจากที่ใด” นายศราวุฒิกล่าว

© 2017 COCONEWS JR13