Twitter

บัณฑิตมหาวิทยาลัยบูรพาโอกาสได้งานสูง แพทย์ พยาบาล แพทย์แผนไทย วิศวะ ดาวเด่น แต่สายสังคมเสี่ยงตกงาน รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการเดินหน้าลดสัดส่วนนิสิต-ปรับหลักสูตรเพิ่มคุณภาพบัณฑิต นายกสมาคมบริหารงานบุคคลฯ ชี้ผู้เรียนต้องเพิ่มทักษะการทำงาน

          ข้อมูลผลสำรวจภาวะการมีงานทำของบัณฑิตมหาวิทยาลัยบูรพาประจำปี 2557 จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาและมหาวิทยาลัยบูรพา พบว่า 5 อันดับที่มีจำนวนนิสิตมีงานทำมากที่สุด ได้แก่ คณะแพทย์ศาสตร์และพยาบาลศาสตร์ ร้อยละ 100 รองลงมาคือคณะแพทย์แผนไทยอภัยภูรเบศร ร้อยละ 89.74  คณะสาธารณสุขศาสตร์ ร้อยละ 87.92 คณะการจัดการและการท่องเที่ยว ร้อยละ 82.87 และคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร้อยละ 80.81 ตามลำดับ ชัดเจนว่า นิสิตที่เป็นที่ต้องการต่อตลาดแรงงานเป็นส่วนของสายเฉพาะทาง อย่างคณะวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม แพทยศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งขัดกับจำนวนนิสิตภายในมหาวิทยาลัยที่มีจำนวนของสายเฉพาะทาง(สายวิทยาศาสตร์) 40 % แต่จำนวนนิสิตสายสังคมศาสตร์มี 60% และยังมีความเสี่ยงต่อการตกงานอีกด้วย โดยทางมหาวิทยาลัยพยายามปรับเปลี่ยนให้สัดส่วนเป็นที่ต้องการต่อตลาดแรงงานมากยิ่งขึ้น เพื่อคุณภาพชีวิตของนิสิตหลังจบการศึกษาไป

         ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ไชยวิทย์ ธนไพศาล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า ในยุคปัจจุบันการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยต้องเน้นการวิจัยคือลดสัดส่วนอุดมศึกษาและเพิ่มบัณฑิตศึกษาให้มากขึ้น และลดสัดส่วนนิสิตในคณะที่มีนิสิตมากเกินไป เพราะการรับนิสิตเข้ามาเรียนมีเกณฑ์มาตรฐานอยู่แล้วว่าควรจะรับเท่าไร ไม่เกินเท่าไรตามจำนวนอาจารย์ ดังนั้นการผลิตบัณฑิตให้มีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากการบริหารหลักสูตรให้ทันสมัย เป็นที่ต้องการต่อสังคม ซึ่งในขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยบูรพาได้ปรับปรุงหลักสูตรทุก 5 ปี และบางสาขา เช่น แพทย์ศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์จะต้องปรับปรุงทุกปีเพื่อผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพ

         ดร.พีระพงษ์ สุนทรวิภาต นายกสมาคมบริหารงานบุคคลภาคตะวันออก เปิดเผยว่า ในสภาวะที่ประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่เป็นแผนการพัฒนาใหม่ หรือจะเป็น Eastern Economic Corridor(EEC) ซึ่งเป็นการพัฒนาสามจังหวัดภาคตะวันออก ทำให้เกิด Height-en technology คือสินค้าที่เป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เป็นศาสตร์ใหม่ มิติความรู้ใหม่ อุตสาหกรรมอากาศยาน ที่หลั่งไหลเข้ามาภาคตะวันออกต้องการบุคลากรที่มีองค์ความรู้มหาศาลซึ่งเรายังล้าหลังอยู่มาก มหาวิทยาลัยต้องปรับปรุงในส่วนของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จากเดิมที่มีการรับนิสิตสายวิทยาศาสตร์ หรือสายเฉพาะทาง 40% สายสังคมศาสตร์ 60% ต้องสับเปลี่ยนกัน โดยให้สายเฉพาะทางเพิ่มเป็น 60% จึงจะตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน

         นายกสมาคมบริหารงานบุคคลภาคตะวันออก กล่าวต่ออีกว่า ทางแก้ที่จะลดความเสี่ยงของการตกงานของสายสังคมศาสตร์ คือต้องเพิ่มทักษะภาษา ซึ่งภาษาที่จำเป็นต้องใช้มีอยู่ 3 ภาษา คือ ญี่ปุ่น จีน และอังกฤษ ปัจจุบันการเรียนการสอนในระบบภาษาเดียวยังเป็นจุดอ่อนของการศึกษาไทย ดังนั้นจากนี้ไปควรเปลี่ยนเป็นการเรียนแบบสองภาษา เพื่อพัฒนาศักยภาพของนิสิตให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานต่อไป

         “แนวคิด 3 ประการ ชี้แนะการเรียนเพื่อเพิ่มทักษะการทำงานของคนรุ่นใหม่ มีดังนี้ 1.หากรู้การเปลี่ยนแปลงของประเทศ ก็จะรู้ความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต ให้วางเป้าหมายและผันตัวไปศึกษาในจุดนั้น 2.สิ่งที่ขาดให้เพิ่มเติม เช่น ภาษาอังกฤษที่ต้องฝึกสื่อสารในชีวิตประจำวัน 3.ศึกษาในคณะที่ตรงกับความต้องการของประเทศ เลือกเรียนในสาขาที่คิดว่า เรานั้นจะอยู่ในสังคมแบบยั่งยืน” ดร.พีรพงษ์กล่าว

          ด้านนางสาวภริดา โพธิ์ทอง นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า ส่วนตัวที่เลือกคณะนี้เพราะชอบเรียนคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เพราะอาชีพวิศวกรก็มีทางเลือกในการทำงานได้หลากหลาย ในด้านการเรียนการสอนนั้นทางคณะก็ได้ให้ลงแล็บทำจริงเกี่ยวกับเครื่องมือ และวัสดุที่ต้องใช้จริงในโรงงาน ส่วนวิชาคำนวณหรือบรรยาย อาจารย์จะมีกรณีศึกษาจากโรงงานมาให้ลองวิเคราะห์และทำเวิร์คช็อปในห้องเรียนทำให้มีประสิทธิภาพในการเรียนมากยิ่งขึ้น

Notice: Undefined property: stdClass::$cmc_cat in /home/coconews/domains/coconews.in.th/public_html/modules/mod_junewsultra/helper/com_content.php on line 492 Notice: Undefined property: stdClass::$cmc_cat in /home/coconews/domains/coconews.in.th/public_html/modules/mod_junewsultra/helper/com_content.php on line 492 Notice: Undefined property: stdClass::$cmc_cat in /home/coconews/domains/coconews.in.th/public_html/modules/mod_junewsultra/helper/com_content.php on line 492