Twitter

เด็กและเยาวชนเลียนแบบกระแสโซเชียล แห่เต้นยั่ว โชว์โป๊เปลือยแลกยอดไลค์และยอดแชร์ นักพัฒนาสังคมแนะควรมีกฎควบคุมเรื่องนี้อย่างจริงจัง

          จากการที่ทีมข่าวลานมะพร้าวออนไลน์ได้ตรวจสอบพฤติกรรมวัยรุ่นบนโซเชียล พบว่า เด็กและเยาวชนจำนวนมากกระทำอนาจาร เต้นยั่ว โชว์โป๊เปลือยเพื่อให้มีคนมากดไลค์กดแชร์ ซึ่งเป็นกันอย่างแพร่หลายแม้ในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี 

          นางสาวจันจิรา ไทยบัณฑิตย์ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ชลบุรี กล่าวว่า การที่เด็กวัยรุ่นทำอนาจารบนโซเชียลเป็นเรื่องของจิตสำนึกและการควบคุมวินัยของครอบครัวที่มีต่อเด็ก เช่น ไม่ควรให้ลูกใช้โซเชียลจนเกิดเหตุ แต่ปัจจุบันประเทศไทยเลี้ยงลูกในทางที่ผิด โดยการซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยีให้ลูกเพื่อทำให้ลูกอยู่นิ่งไม่กวนใจ ไม่ซน ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่สมควร รายการทีวีก็เช่นเดียวกัน ตนคิดว่าควรมีวิชาหรือบทเรียนสำหรับการเป็นพ่อแม่ที่ดี จะได้ทราบว่าสิ่งใดควรทำหรือไม่ควรทำ ซึ่งเคยมีโรงเรียนพ่อแม่แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น บางครอบครัวมีลูกด้วยกันแต่แยกทางกัน ลูกอาจจะไปอยู่กับญาติผู้ใหญ่ ทำให้ควบคุมยาก อาจจะด้วยว่าเรายังเป็นสังคมที่ต้องดิ้นรนทำมาหากิน ไม่มีเวลาเลี้ยงลูก ทำได้แค่ทิ้งเงินไว้ให้แล้วออกไปทำงาน 

          นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เน็ตไอดอล ก็มีส่วนที่ทำให้วัยรุ่นทำตามกระแส จึงควรมีการควบคุมมากกว่านี้ เพราะบางคนก็ดังในทางที่ไม่สร้างสรรค์ ควรมีกำหนดกฎเกณฑ์ ด้วยความที่สังคมบางส่วนให้ความยอมรับ เห็นว่าสิ่งที่ทำมันดีและได้เงิน ทำให้เกิดการเลียนแบบมากขึ้น จึงมีการอบรมวัยรุ่น เช่น การยกย่องเด็กดี อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยได้ แต่คงต้านทานกระแสด้านลบไม่ไหว ทางสำนักงานได้มีการจัดสภาเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญอย่างหนึ่ง เช่น โครงการที่เด็กให้ความรู้กับเด็กกันเอง ทำให้เด็กเปิดรับและฟังมากขึ้น เพราะเหมือนเพื่อนเตือนเพื่อน เช่น เรื่องตั้งครรภ์ทั้งที่ยังไม่พร้อม การรักนวลสงวนตัว การเข้าไปพูดในโรงเรียน หรือมีกิจกรรมเข้าค่าย เอาแกนนำมาอบรมหรือนำกลุ่มเสี่ยงมารวมกลุ่มทำความดี 

          “หัวใจของ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก คือต้องการให้ผู้ปกครองสามารถเลี้ยงดูเด็กได้ตามอรรถภาพ หรือตามฐานของตัวเองที่สามารถทำได้ แต่ถ้าอยู่ในฐานะที่ไม่สามารถเลี้ยงดูได้ รัฐต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเป็นหน้าที่ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์” นางสาวจันจิรา กล่าว

          อาจารย์ภาณิน กมลสุนทร อาจารย์ประจำภาควิชาจิตวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า เยาวชนที่ทำอนาจารบนโซเชียลส่วนใหญ่เกิดจากการเลียนแบบบุคคลที่ตนชื่นชอบ ซึ่งการกระทำแบบนี้ถ้ามีคนเขามาดูแล้วชมกับการกระทำของเขา มันจะเป็นการเสริมแรงบวกในด้านจิตวิทยาคือ เป็นการกระตุ้นให้บุคคลนั้นกระทำการนี้ซ้ำ และทำให้เขาเกิดความพึงพอใจกับการกระทำนี้ หากจะแก้ไข้เรื่องอนาจารบนโซเชียลนั้น ไม่สามารถแก้ที่ตัวบุคคลได้จะต้องแก้ที่ต้นเหตุ โดยการหาวิธีการจัดการกับการกระทำเหล่านี้ บอกให้สังคมรู้ว่า การกระทำนี้เป็นสิ่งที่ผิด ไม่ควรกระทำเป็นแบบอย่าง แต่ถึงอย่างไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนทัศนคติของคนแต่ละคนได้เช่นกัน  

          เด็กหญิง วัย 14 ปี ที่มีพฤติกรรมเต้นวาบหวิวบนโซเชียลรายหนึ่ง เผยว่า ตนมีผู้ติดตาม 253,251 คน มีการแชร์เฟสบุ๊ก แชร์คลิป รีวิวสินค้า โดยจะกำหนดราคาเองว่าจะคิดราคาเท่าไร ถ้าเป็นการรีวิวสินค้าจะคิด 200 บาท แชร์เฟสบุ๊กคิด 150 บาท แชร์โพสต์หรือแชร์คลิป คิดตามราคาบัตรเติมเงิน แล้วแต่ความยาวของแต่ละโพสต์หรือคลิป ว่าจะคิดราคาเท่าบัตรเติมเงินเท่าไร ส่วนความรู้สึกตอนแรกรู้สึกตื่นเต้น ชอบที่มีคนเข้ามาให้ความสนใจ มาไลค์มาแชร์ และมาติดตามตน แต่ก็มีปัญหาตามมามาก ทั้งโดนว่า และโดนด่า ช่วงแรกเครียดและคิดมาก แต่ต่อมาก็ปล่อยวางได้ ไม่สนใจ เพราะมันเป็นสิทธิ์ของเรา พื้นที่ส่วนตัวของเรา ทางครอบครัวทราบว่าตนหารายได้ทางโซเชียล รวมทั้งการโพสต์ ลงรูป และลงคลิป ซึ่งเป็นมุมมองที่ไม่ดี เพราะแต่ละอันที่ลงมีการโชว์บ้าง ส่วนเรื่องคลิปเต้น ก็เป็นการเต้นแบบโชว์เต้นยั่ว ซึ่งทางครอบครัวเข้าใจ เพราะเป็นคนชอบเต้นมาตั้งแต่เด็ก พ่อกับแม่ก็บอกว่า การเล่นโซเชียลก็มีทั้งแง่บวกและแง่ลบ ไม่ว่าจะให้ทำอะไรก็ควรดูด้วยว่าเหมาะสมไหม เพราะทางบ้านก็เล่นเฟสบุ๊ก พ่อแม่บอกว่า ทำอะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้ตัวเองและคนอื่นเดือดร้อน เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด ไม่ต้องสร้างภาพใส่ใคร

          เยาวชนหญิง วัย 18 ปี ที่หารายได้จากการโชว์เรือนร่างบนโซเชียลอีกรายหนึ่ง กล่าวว่า ตนจะลงรูปและคลิปพร้อมกับตัวผลิตภัณฑ์ที่ทางเจ้าของแบรนด์จ้างมา โดยตนจะกำหนดราคาเองจากภาพและวิดีโอที่ลงรีวิวบนโซเชียล ซึ่งความรู้สึกตอนแรกรู้สึกชอบที่มีคนหันมาความสนใจเยอะ มาไลค์มาแชร์ และมาติดตามตน แต่ก็มีปัญหาตามมาเยอะมาก ตนจึงตัดปัญหาไม่สนใจคนที่มาสร้างปัญหา เพราะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของตน ที่จะลงรูปและวิดีโอแบบไหนก็ได้ ทางครอบครัวทราบว่าตนหารายได้บนโซเชียล รวมทั้งการโพสต์ ลงรูป และลงคลิป ซึ่งเป็นมุมมองที่ไม่ดี เพราะแต่ละอันที่ลงมีการโชว์สรีระเล็กน้อย ซึ่งทางครอบครัวเข้าใจ เพราะทางครอบครัวก็เล่นเฟสบุ๊ก และสอนว่าทำอะไรที่ไม่ทำให้ตัวเองและผู้อื่นเดือดร้อนก็พอ

 

Notice: Undefined property: stdClass::$cmc_cat in /home/coconews/domains/coconews.in.th/public_html/modules/mod_junewsultra/helper/com_content.php on line 492 Notice: Undefined property: stdClass::$cmc_cat in /home/coconews/domains/coconews.in.th/public_html/modules/mod_junewsultra/helper/com_content.php on line 492 Notice: Undefined property: stdClass::$cmc_cat in /home/coconews/domains/coconews.in.th/public_html/modules/mod_junewsultra/helper/com_content.php on line 492