ประชาคมมหาวิทยาลัยบูรพาให้ความสนใจต่อการสรรหาอธิการบดีครั้งใหม่ หวังคณะกรรมการสรรหาลบคำครหาจากบทเรียนครั้งที่แล้ว เพื่อได้มาซึ่งอธิการบดีคนใหม่สอดคล้องกับคุณสมบัติที่กำหนดไว้มากที่สุด

 

จากกรณีที่มหาวิทยาลัยบูรพา ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี อยู่ภายใต้คำสั่ง 39/2559 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีการปลดผู้บริหารออกและแต่งตั้งกรรมการขึ้นบริหารแทนชั่วคราวเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องธรรมาภิบาล โดยมีการจัดตั้งสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้ทำหน้าที่ตั้งคณะกรรมการสรรหาอธิการบดีคนใหม่ของมหาวิทยาลัยที่มีคุณสมบัติพร้อมมากที่สุด สืบเนื่องจากการสรรหาอธิการบดีครั้งที่แล้วเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยังไม่สามารถเลือกอธิการบดีขึ้นมาดำรงตำแหน่งได้

 

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ กรีฑา ธรรมคำภีร์  บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้ลงสมัครการสรรหาอธิการบดี มหาวิทยาลัยบูรพา ครั้งล่าสุด กล่าวว่า เนื่องจากทางคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้เสนอชื่อของตนในการรับสรรหาอธิการบดีครั้งนี้ด้วย จึงเป็นการลงสมัครในนามของส่วนงานที่เสนอชื่อไป รวมทั้งการสรรหาอธิการบดีครั้งล่าสุดตนมีความสนใจที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาศักยภาพของมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว โดยความคิดเห็นส่วนตัวจากการศึกษาข้อมูลของมหาวิทยาลัย พบว่าศักยภาพของมหาวิทยาลัยบูรพามีสูงมากทั้งในด้านของบุคลากร สถานที่หรือความมีชื่อเสียงตั้งแต่อดีต

 

ศ.นพ.กรีฑา กล่าวต่อว่า ตนมีประสบการณ์พอสมควรในการบริหาร ด้านการเรียน การสอน การวิจัย หากว่ากรรมการสภามหาวิทยาลัยเล็งเห็นถึงความสามารถ ตนยินดีที่จะร่วมพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างเต็มที่  เพราะภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ตำบลแสนสุขและเคยศึกษาที่โรงเรียนสาธิตพิบูลบำเพ็ญ มหาวิทยาลัยบูรพาอีกด้วย

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่าบรรยากาศโดยรวมของการสรรหาอธิการบดีครั้งนี้ ในฐานะที่เป็นผู้สังเกตการณ์ หากเปรียบเทียบกับครั้งก่อน ผู้ที่ลงสมัครหรือเสนอเข้ารับตำแหน่งอธิการบดีครั้งนี้ดีกว่าครั้งที่แล้วมาก ในเรื่องของคุณลักษณะของคนที่มีความรู้ความสามารถมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ มีประสบการณ์บริหาร มีตำแหน่งนักวิชาการ มีผลงานวิจัย และเป็นที่ยอมรับในสาธารณะ ต่างจากการสรรหาครั้งที่แล้วมีการตื่นตัวจากบุคคลากรหรือการแข่งขันภายในเป็นหลัก

 

ผศ.ดร. โอฬาร กล่าวต่ออีกว่า เหตุผลที่การสรรหาอธิการบดีครั้งนี้ บุคคลภายในและภายนอกถึงให้ความสนใจในการที่จะเสนอตัวขึ้นมาเพื่อรับการสรรหาค่อนข้างมาก เมื่อเปรียบเทียบแล้วตนคิดว่ามีความน่าสนใจกว่าครั้งก่อน เพราะเป็นความท้าทายมากสำหรับอธิการบดีคนใหม่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่นี้ และอยู่ภายใต้มาตรา 44 อันเนื่องจากปัญหาที่สะสมความขัดแย้งมายาวนาน อีกทั้งอธิการบดีไม่ได้เป็นเพียงผู้นำแค่ในองค์กรแต่ต้องเป็นผู้นำองค์กรไปสู่ข้างนอกด้วย ไม่ว่าจะเป็นระดับภูมิภาค ระดับประเทศ หรือระดับโลก ดังนั้นคุณสมบัติจึงเป็นเรื่องที่คณะกรรมการต้องให้ความสำคัญ

 

“ถ้าล้มอีกสังคมจะตั้งคำถามแน่ ว่ามีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือเปล่า ซึ่งต้องยอมรับว่าในครั้งที่แล้วเสียงวิจารณ์หนักมาก ว่ามีตัวแทนฝั่งนั้น เป็นตัวแทนของผู้บริหารฝั่งนี้ ผมว่ามันแย่มากในกระบวนการที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเป็นบทเรียนที่กรรมการสรรหาจะต้องเรียนรู้และถอดบทเรียนเพื่อที่จะไม่อยู่ในรอยเดิม” ผศ.ดร. โอฬารกล่าว  

 

    © COCONEWS JR14. ALL RIGHTS RESERVED

    Free Joomla! template by L.THEME | Documentation