Twitter

โซเชียลมีเดียมีผลต่อการรับเข้าทำงาน หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ ด้านนักวิชาการย้ำการเผยแพร่ข้อความอาจส่งผลทั้งข้อดีและข้อเสีย นิสิตควรตระหนักและระวังเรื่องการใช้สื่อ

          ดร.วรรณภา ลือกิตินันท์ อาจารย์สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ คณะการจัดการและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า ในปัจจุบันเป็นยุคของโซเชียลมีเดียที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องการสมัครงานหรือสรรหาผู้สมัคร ทำให้สถานประกอบการมองเห็นประโยชน์ตรงจุดนี้ เป็นโอกาสที่ทำให้ได้รับผู้สมัครเพิ่มมากขึ้น แต่การใช้โซเชียลมีเดียยังจำกัดอยู่ที่เฉพาะกลุ่ม กลุ่มที่ใช้โซเชียลมีเดียมากที่สุดคือ กลุ่มวัยรุ่นหรือกลุ่มเจนวาย(Gen-Y) อายุประมาณ 25 - 30 ปี ดังนั้นกลยุทธ์ของบริษัทก็จะหาผู้ที่เป็นนักศึกษาจบใหม่หรือผู้ที่มีอายุไม่มากนัก

          ดร.วรรณภา กล่าวด้วยว่า เรื่องการสรรหากลุ่มคนขององค์กรหรือการคัดเลือกจากผู้สมัครที่ใช้โซเชียลมีเดียเป็นประจำ ในส่วนนี้ข้อควรระวังจะตกไปอยู่ที่ผู้สมัคร เพราะการใช้โซเชียลมีเดียในการเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ จะสื่อถึงทัศนคติและวิถีชีวิตของบุคคลที่ใช้งาน สถานประกอบการจะมองถึงจุดนี้ ถ้าครั้งหนึ่งนิสิตเขียนข้อความที่เป็นเชิงลบ ทั้งในเรื่องของอารมณ์หรือทัศนคติต่อเหตุการณ์บ้านเมือง อาจทำให้สถานประกอบการพิจารณาว่าควรเลือกรับผู้สมัครผู้นี้เข้าทำงานหรือไม่

          “การใช้โซเชียลมีเดียมีทั้งข้อดีและข้อเสียขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้ใช้งาน ทางสถานประกอบการได้ประโยชน์ที่เพิ่มโอกาสในการหาผู้สมัครและลดต้นทุนได้ ด้านตัวผู้สมัครจะได้ประโยชน์จากการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับการหางาน รวมถึงสามารถเข้าถึงได้ง่าย ส่วนเรื่องข้อเสีย สำหรับตัวผู้สมัคร คือการเผยแพร่ข้อมูลผ่านเทคโนโลยี ไม่ว่าจะลบข้อมูลอย่างไร ทางด้านเทคนิคสามารถสืบค้นย้อนกลับไปได้เสมอ ซึ่งผู้สมัครต้องระมัดระวัง” อาจารย์วรรณภากล่าว

          นายกิจสิพงษ์ อู่วิเชียร หัวหน้าแผนกบรรจุและแต่งตั้งกองทรัพยากรบุคคล ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล การท่าเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรื่องการใช้โซเชียลมีเดียที่อาจทำให้เกิดผลกระทบ ช่วงที่สอบคัดเลือก ตนไม่สามารถตรวจสอบหรือรู้ได้ทันทีว่าบุคคลใดถนัดในด้านใช้สื่อหรือใช้เป็น ประจำจนทำให้มีผลต่อด้านงาน แต่หากรับเข้ามาทำงานและใช้สื่อออนไลน์จนงานที่ได้รับมอบหมายมีผลกระทบ ทางแผนกจะมีการตักเตือน

          นายกิจสิพงษ์ กล่าวด้วยว่า ตนคิดว่า เด็กในยุคปัจจุบันเกิน 50% มีอารมณ์รุนแรง ใจร้อน และเอาแต่ใจตัวเอง มีผลมาจากการใช้โซเชียลมีเดีย บางสิ่งหากใช้มากเกินไปอาจส่งผลเสียต่องานได้ โซเชียลมีเดียมีทั้งด้านดีและไม่ดี ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลว่าจะเลือกใช้เป็นหรือไม่ หากเลือกใช้ให้เข้ากับงานจะส่งเสริมไปในทางที่ดีได้ แต่ถ้าเลือกใช้ไม่ถูกวิธีจะทำให้มีผลกระทบทั้งงานของตนเองและต่อองค์กร โดยเฉพาะการเปิดเผยข้อมูลขององค์กรเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง

          นางสาวนิพัทธา เฉียบแหลม หัวหน้าฝ่ายบริการลูกค้า ในฐานะผู้ร่วมคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ปัจจัยการใช้โซเชียลมีเดียในการรับเข้าทำงาน ขึ้นอยู่กับว่าเป็นงานประเภทใด ยกตัวอย่างเช่น งานด้านประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดียการใช้สื่อออนไลน์เป็นเรื่องที่จำเป็นและต้องระวังในส่วนของการใช้งาน ส่วนทางด้านปักเจกบุคคล ตนมองว่า เป็นกรณีการใช้อารมณ์และเขียนข้อความลงโซเชียลมีเดียเสียส่วนใหญ่ เช่น มีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน หรือนำข้อมูลขององค์กรออกมาเปิดเผย แต่ไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุหรือที่ตัวเองเสียก่อนจะนำข้อมูลเหล่านั้นไปเผยแพร่สู่สื่อออนไลน์

          นางสาวนิพัทธา กล่าวด้วยว่า สื่อออนไลน์หลักการใช้งานมี 2 ส่วน ได้แก่ การใช้เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด และใช้เพื่อศึกษาหาข้อมูล ซึ่งเด็กรุ่นใหม่ในปัจจุบันมีความผูกพันกับโซเชียลมีเดียสูง แต่ให้ความสำคัญน้อย ใช้ผิดประเภท หรือใช้ไม่ถูกวิธี จึงทำให้โอกาสที่จะได้รับข้อมูลความรู้เพิ่มเติมจากส่วนนั้นก็หายไป แต่ไปใช้เวลากับการเผยแพร่ข้อความหรือส่งต่อข้อมูลที่ไม่เป็นประโยชน์เสียมากกว่า

          นางสาวธัญพิชชา กันธพงศ์ บัณฑิตคณะศึกษาศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า ตนไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้โซเชียลมีเดีย เพราะว่าส่วนใหญ่ตนจะโพสต์เรื่องของตนเองและระมัดระวังการแชร์หรือคำพูดหยาบคาย ไม่ได้สื่อถึงองค์กรหรือทำให้องค์กรของตนเสียหาย และพอทราบอยู่บ้างว่าบางองค์กรนั้นมีกฎเกณฑ์ในการคัดเลือกบุคคลเข้าทำงานโดยตรวจดูเรื่องราวย้อนหลังบนโซเชียลมีเดีย เช่น เฟสบุ๊ก ทวิตเตอร์ เพื่อค้นหาบุคคลที่มีประสิทธิภาพทั้งการทำงาน ทัศนคติ และความคิด

          นางสาวธัญพิชชา กล่าวด้วยว่า การเผยแพร่ข้อมูลลงโซเชียลมีเดีย หมายถึงไม่มีความเป็นส่วนตัวแน่นอน หากจะส่งต่อ ติเตียนหรือกล่าวถึงการทำงานขององค์กรของตนเองควรคิดให้รอบคอบถึงความเสียหายที่จะตามมา เมื่อเลือกองค์กรหรือที่ทำงานด้วยตนเองควรภูมิใจและยอมรับกฎเกณฑ์การกระทำต่างๆ ขององค์กร

          นายทศพล จันทร์ละออ นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า หน่วยงานหรือบริษัทในปัจจุบันที่นำพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียมาเป็นปัจจัยในการรับเข้าทำงาน ตนเคยได้ยินมาบ้างแต่ไม่ทราบเกี่ยวกับรายละเอียดทั้งหมด เนื่องจากที่ตนได้ไปฝึกงานทางบริษัทที่ไม่มีการแจ้งหรือมีกฎเกณฑ์ในส่วนนี้ แต่ตนมองว่าเป็นการใช้สื่อออนไลน์ควรใช้ให้ถูกเวลามากกว่า เช่น ระหว่างทำงานไม่ควรสนทนากับบุคคลอื่นผ่านโซเชียลมีเดีย

 

Notice: Undefined property: stdClass::$cmc_cat in /home/coconews/domains/coconews.in.th/public_html/modules/mod_junewsultra/helper/com_content.php on line 492 Notice: Undefined property: stdClass::$cmc_cat in /home/coconews/domains/coconews.in.th/public_html/modules/mod_junewsultra/helper/com_content.php on line 492 Notice: Undefined property: stdClass::$cmc_cat in /home/coconews/domains/coconews.in.th/public_html/modules/mod_junewsultra/helper/com_content.php on line 492